NEWS PR NEWS

เอปสันเผยสินค้ากลุ่ม B2B แกร่งยกพอร์ตต้านตลาดผันผวน เผยสูตรสร้างการเติบโตต่อปี 69

เอปสันเผยสินค้ากลุ่ม B2B แกร่งยกพอร์ตต้านตลาดผันผวน เผยสูตรสร้างการเติบโตต่อปี 69

13 กุมภาพันธ์ 2569 – เอปสัน ประเทศไทย รับมือภาวะตลาดผันผวนในปี 2568 ส่งผลตลาดผู้บริโภคชะลอตัว แต่กลุ่มธุรกิจ B2B กลับเติบโตโดดเด่นในหลายผลิตภัณฑ์ สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าองค์กรที่ยังคงลงทุนในโซลูชันที่เพิ่มประสิทธิภาพและสร้างคุณค่าในระยะยาว พร้อมตั้งเป้าเติบโต 5% ในปี 2569 ภายใต้กลยุทธ์ “Customer Value First” ผ่านสูตรผสานโซลูชัน บริการ และความยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์ตลาดองค์กร

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดในปี 2568 เผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ชะลอตัว ส่งผลให้ลูกค้าทุกกลุ่มปรับรูปแบบการตัดสินใจอย่างระมัดระวังมากขึ้น โดยกลุ่มผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจลดลง จึงชะลอการใช้จ่ายและให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าเป็นหลัก ท่ามกลางการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในกลุ่มสินค้าระดับเริ่มต้น ขณะที่กลุ่ม SME เลื่อนแผนการลงทุนและยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ให้นานขึ้น ส่วนองค์กรขนาดใหญ่ขยายระยะเวลาของกระบวนการจัดซื้อ ควบคุมงบประมาณอย่างเข้มงวด และมุ่งลงทุนเฉพาะโครงการที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์หรือจำเป็นต่อภารกิจหลักขององค์กร สะท้อนให้เห็นว่าตลาดอยู่ในภาวะระมัดระวัง แต่ความต้องการพื้นฐานยังคงมีอยู่ในระบบ

สำหรับผลการดำเนินงานปีนี้ เอปสันคาดว่ารายได้รวมจะทรงตัวใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า ท่ามกลางภาวะตลาดที่ชะลอตัวจากปัจจัยกดดันรอบด้าน แม้ว่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม B2C จะไม่สามารถเติบโตได้ตามเป้าหมาย โดยคาดว่ารายได้จะปรับลดลงประมาณ 5% แต่ในทางกลับกัน กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กรธุรกิจ (B2B) หลายรายการกลับสร้างการเติบโตได้อย่างโดดเด่น โดยเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเพื่อธุรกิจเติบโตถึง 40% และสแกนเนอร์เติบโตที่ 25% เช่นเดียวกับกลุ่มเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งเครื่องพิมพ์ฉลากสี ColorWorks เติบโตที่ 20% และเครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณา 10% รวมถึงหุ่นยนต์อุตสาหกรรม 20% การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ B2B เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าองค์กรที่ยังคงเดินหน้าลงทุนในโซลูชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างความคุ้มค่าในระยะสั้น และเสริมศักยภาพการแข่งขันเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

“แรงขับสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ B2B ของเอปสัน มาจากการมุ่งทำตลาดในระดับ Mid-High อย่างชัดเจน ทั้งในกลุ่มเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทสำหรับองค์กรธุรกิจและสแกนเนอร์ ควบคู่กับการต่อยอดโซลูชันครบวงจรสำหรับองค์กร ไม่ว่าจะเป็น EcoFleet Management ที่ช่วยบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายงานพิมพ์ โซลูชันเครื่องพิมพ์ฉลากสี รวมถึงโซลูชันหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ในขณะเดียวกัน ตลาดเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม SureColor ทั้งเครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณาและงานสิ่งทอ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ประกอบการที่รอคอยเทคโนโลยีรุ่นล่าสุด พร้อมกันนี้ เอปสันยังเสริมความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างองค์กร และยกระดับศักยภาพทีมงาน B2B ให้มีความเชี่ยวชาญเชิงลึก เพื่อรองรับความต้องการที่ซับซ้อนขึ้นของลูกค้าองค์กร” นายยรรยง กล่าว

สำหรับแนวโน้มปี 2569 ภาคธุรกิจยังต้องดำเนินงานต่อไปท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ขณะเดียวกัน องค์กรต่างๆ จะยกระดับความสำคัญของกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) และการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการดำเนินงานมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัว นอกจากนี้ ตลาดผู้บริโภคมีความแตกต่างของความต้องการชัดเจนขึ้น ระหว่างกลุ่มที่เน้นราคาและกลุ่มที่มองคุณค่าในระยะยาว ขณะที่ประเด็นด้านความยั่งยืน เทคโนโลยีสีเขียว และอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อทิศทางการตัดสินใจของภาคธุรกิจในปีถัดไป เอปสันจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และอุตสาหกรรมอัจฉริยะ

นายยรรยง กล่าวว่า “บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโตในปี 2569 ไม่ต่ำกว่า 5% จากการขับเคลื่อนกลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าในระยะยาวมากกว่าการแข่งขันด้านราคา ภายใต้แนวคิด ‘Customer Value First’ โดยมุ่งสร้างคุณค่ารวม (Total Value) ผ่านการผสานโซลูชัน บริการ และแนวทางด้านความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ ทั้งในตลาด B2C และ B2B”

สำหรับกลยุทธ์ในกลุ่ม B2C จะยึดแนวทาง ‘Defense & Premiumization’ ที่มุ่งรักษาส่วนแบ่งตลาดและฐานลูกค้าในตลาดที่เอปสันเป็นผู้นำอยู่ พร้อมกับยกระดับพอร์ตสินค้าไปสู่รุ่นที่มีมูลค่าสูงขึ้น ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการทำตลาดทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์และการเข้าถึงผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสินค้าไฮไลท์ของกลุ่ม B2C ในปี 2569 ได้แก่ เครื่องพิมพ์ EcoTank รุ่นใหม่ และโปรเจคเตอร์ Lifestudio ซีรี่ส์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Lifestudio Pop ที่เน้นความกะทัดรัดและดีไซน์สนุก หรือ Lifestudio Flex ที่เน้นความยืดหยุ่นและประสบการณ์ภาพระดับพรีเมียม พร้อมเทคโนโลยี Google TV และระบบเสียงโดย Bose


ขณะที่ตลาด B2B เอปสันจะเดินหน้ากลยุทธ์ ‘Acceleration & Expansion’ มุ่งเร่งขยายตลาดด้วยโซลูชันสำหรับองค์กรธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเพื่อธุรกิจ เครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เครื่องพิมพ์ฉลากสี โปรเจคเตอร์ความสว่างสูง ตลอดจนโซลูชันเฉพาะทางสำหรับภาคอุตสาหกรรม ผ่านการเสริมความแข็ง แกร่งพันธมิตร (Strengthen Partner) เพื่อขยายการเข้าถึงตลาดองค์กรในอุตสาหกรรมต่างๆ ผ่านพาร์ทเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ พร้อมพัฒนาโปรแกรมสนับสนุนคู่ค้าอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังพัฒนาโซลูชันเฉพาะอุตสาหกรรม (Vertical Penetration) ที่ออกแบบให้ตรงกับความต้องการแบบเฉพาะเจาะจงของลูกค้าแต่ละกลุ่ม เช่น กลุ่มสาธารณสุข การศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และองค์กรธุรกิจ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างความแตกต่างในตลาดองค์กรได้ดียิ่งขึ้น และสุดท้าย เอปสันยังมุ่งสร้างคุณค่าผ่านโซลูชัน (Value Creation) เพื่อผลักดันการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์มาสู่เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทที่ช่วยลดต้นทุนโดยรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) ทั้งยังลดการใช้พลังงานและลดของเสีย

ในส่วนงานบริการ บริษัทฯ เดินหน้ารักษาระดับการบริการในคุณภาพสูง ภายใต้แนวคิด ‘Operational Excellency’ ผ่านข้อตกลงระดับการให้บริการ (Service Level Agreement: SLA) ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยกำหนดมาตรฐานการตอบสนองและการแก้ไขปัญหาได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ตั้งแต่ระยะเวลาเข้าดูแล การซ่อมบำรุง ไปจนถึงความพร้อมของอะไหล่ พร้อมเริ่มใช้งานระบบ Service CRM ใหม่ เพื่อบริหารจัดการเคสแบบเรียลไทม์ รองรับการกระจายงานอัตโนมัติ (Smart Routing) การแจ้งเตือน และแดชบอร์ดติดตามผลแบบ 360 องศา ช่วยลดระยะเวลาให้บริการ และเสริมความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของลูกค้าองค์กร ปัจจุบัน บริษัทฯ มีเครือข่ายศูนย์บริการรวม 175 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งทุกแห่งมีทีม On-site Service ที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ และจะเดินหน้าขยายและปรับโครงสร้างพื้นที่ให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายงานและความรวดเร็วในการเข้าดูแลลูกค้า ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจะจัดทำระบบอบรมและการรับรองมาตรฐานสำหรับทักษะด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
เพื่อยกระดับศักยภาพช่างเทคนิคให้รองรับโซลูชันที่มีความซับซ้อนมากขึ้น พัฒนา Partner Community Hub เป็นแพลตฟอร์มกลางสำหรับพาร์ทเนอร์ในการเข้าถึงข้อมูล คู่มือ บริหารจัดการงานบริการ และติดตามสถานะเคลมได้อย่างโปร่งใสและรวดเร็ว ตลอดจนจัดตั้ง Thailand & Regional Parts Central Hub เพื่อบริหารคลังอะไหล่และ
การกระจายสินค้าให้มีความพร้อมสูงสุด ลดระยะเวลารอคอย และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้าองค์กร

พร้อมกันนี้ เอปสันยังวางแนวทางการสร้างการเติบโตและเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ผ่านการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยยึดความยั่งยืนและ ESG เป็นแกนหลักของการดำเนินธุรกิจในระยะยาว บริษัทฯ มองว่า ESG ไม่ใช่เครื่องมือทางการตลาด แต่เป็นทั้งต้นทุนและโอกาสทางธุรกิจที่เอปสันและลูกค้าต้องลงทุนร่วมกัน โดยเอปสันเดินหน้านำเสนอนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน ลดการใช้พลังงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ เทคโนโลยี Heat-Free ในเครื่องพิมพ์ EcoTank ระบบรีไซเคิลกระดาษ PaperLab เครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม และโปรเจคเตอร์ กลยุทธ์ดังกล่าวไม่เพียงช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับ
แบรนด์ แต่ยังเปิดโอกาสให้เอปสันเข้าถึงตลาดใหม่และลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน พร้อมสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคงในระยะยาว

ควบคู่กันนี้ เอปสันยังให้ความสำคัญกับโครงการที่สนับสนุนความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในโครงการที่ดำเนินการมาแล้ว 5 ปี คือการนำขวดหมึกเอปสันที่ใช้แล้วกลับมาผลิตเป็นชุดโต๊ะเรียน เพื่อบริจาคให้แก่หน่วยงานและชุมชนต่างๆ ซึ่งจนถึงปัจจุบันสามารถนำขวดหมึกใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่า 50,000 ขวด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ทำแคมเปญด้าน Plastic Reduction ติดต่อกันมาเป็นปีที่ 3 โดยในปี 2568 ได้ใช้ชื่อว่า “วิถีไทยไร้พลาสติก” ซึ่งเป็นการนำเอกลักษณ์และวิถีชีวิตแบบไทย เช่น การใช้วัสดุจากธรรมชาติ มาปรับใช้เป็นแนวทางในการลดการใช้พลาสติกและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แคมเปญดังกล่าว มีกิจกรรมไฮไลต์ ได้แก่ “Leaf Plastic Behind” เวิร์คช็อปพับภาชนะจากใบตองเพื่อทดแทนภาชนะพลาสติก และ “The Cooking Shack” กระต๊อบทรงไทยที่สร้างจากขวดน้ำและกล่องพลาสติกใช้แล้ว ซึ่งนำไปทำการทดลองเชิงสังคมเพื่อสะท้อนผลกระทบของภาวะโลกร้อน ก่อนนำไปบริจาคให้กับโรงเรียนบ้านควนจง จังหวัดสงขลา และโรงเรียนวัดเดชานุสรณ์ จังหวัดนครปฐม เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนรู้และเรือนเพาะปลูกสำหรับโครงการอาหารกลางวันของนักเรียนต่อไป

“ตลอดช่วงที่ผ่านมา เอปสันได้ปรับเพิ่มน้ำหนักและความเข้มข้นในการทำตลาดกลุ่ม B2B อย่างต่อเนื่อง และวันนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า แม้อยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทายอย่างรุนแรง บริษัทฯ ยังสามารถรักษาระดับการดำเนินงานโดยรวมไว้ได้ พร้อมทั้งขยายส่วนแบ่งตลาดในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ B2B อย่างมีนัยสำคัญ ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงทิศทางกลยุทธ์ที่ถูกต้อง และความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าองค์กรที่ให้ความเชื่อมั่นในโซลูชันของเอปสัน จากนี้ไป บริษัทฯ จะเดินหน้าต่อยอดกลยุทธ์เชิงรุก มองหา S-Curve ใหม่เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการยกระดับความแตกต่างของแบรนด์ผ่านจุดยืนด้านความยั่งยืนและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำลังเป็นคุณค่าหลักที่องค์กรยุคใหม่ให้ความสำคัญ และเป็นพื้นที่ที่เอปสันมีความโดดเด่นอย่างชัดเจนในตลาดปัจจุบัน” นายยรรยง กล่าวทิ้งท้าย

###

เกี่ยวกับเอปสัน
เอปสันคือบริษัทผู้นำเทคโนโลยีผู้เป็นเจ้าขององค์ความรู้แห่งนวัตกรรม ที่ผสานทั้งประสิทธิภาพ ขนาดกะทัดรัด และความแม่นยำสูงเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างสรรค์โลกให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาที่เป็นประเด็นทางสังคม ผ่านนวัตกรรมต่างๆ ที่ครอบคลุมด้านการพิมพ์ภายในบ้านและสำนักงาน การพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม นวัตกรรมที่ใช้ในกระบวนการผลิต การฉายภาพ และเทคโนโลยีเพื่อไลฟ์สไตล์ของผู้คน ภายในปี 2593 เอปสันจะก้าวไปสู่การเป็นองค์กรที่มีกระบวนการผลิตและขั้นตอนดำเนินธุรกิจที่มีค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ติดลบ (Carbon Negative) และยกเลิกการใช้ทรัพยากรใต้ดินที่ใช้แล้วหมดไป เช่น น้ำมัน โลหะ โดยสิ้นเชิง ภายใต้การนำของไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น ที่ประเทศญี่ปุ่น เอปสัน กรุ๊ป ทั่วโลกสามารถสร้างยอดขายต่อปีรวมได้ถึง 1 ล้านๆ เยน
http://global.epson.com

เกี่ยวกับเอปสัน สิงคโปร์
ตั้งแต่ปี 2525 เป็นต้นมา เอปสันได้เข้าไปมีบทบาทในตลาดสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาค คือเอปสัน สิงคโปร์ ซึ่งต่อมาได้ขยายขอบเขตการดูแลพื้นที่ออกไปครอบคลุม 11 ประเทศ โดยรับผิดชอบด้านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อันทันสมัยของเอปสันให้แก่ลูกค้าองค์กรและบุคคลทั่วไป ควบคู่กับการให้การสนับสนุนลูกค้าทางด้านต่างๆ ผ่านเครือข่ายที่สมบูรณ์พร้อมของบริษัทฯ อันประกอบด้วยศูนย์บริการ 500 แห่ง โซลูชั่นเซ็นเตอร์ 7 แห่ง และโรงงานผลิต 7 แห่ง
http://www.epson.com.sg

เกี่ยวกับเอปสัน ประเทศไทย
บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในเดือนตุลาคม 2533 โดยครอบคลุมการบริหารตลาดประเทศไทย กลุ่มประเทศ CLM และปากีสถาน ปัจจุบันเอปสัน ประเทศไทยมีพนักงาน 154 คน ศูนย์บริการ 182 ศูนย์ และเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย 170 แห่งทั่วประเทศ ผลิตภัณฑ์เอปสันได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้นำตลาดสินค้าไอที มีความทนทาน และฟังก์ชั่นการทำงานที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับธุรกิจและลูกค้าองค์กร ทั้งพรินเตอร์ความเร็วสูง ที่มีเทคโนโลยี PrecisionCore และ Heat-Free และพรินเตอร์รุ่นประหยัด Epson EcoTank รวมถึง เอปสัน เลเซอร์ โปรเจคเตอร์ ซึ่งใช้เทคโนโลยี 3LCD ลิขสิทธิ์ของเอปสันได้เจาะตลาดประเทศ ไทย และขยายสัดส่วนการตลาด ควบคู่ไปกับการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่บริษัทฯ ยังคงคุณภาพมาตรฐานอันดีเยี่ยมของสินค้าและการบริการเหนือระดับ เอปสันจะยังคงคิดค้นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
http://www.epson.co.th

Leave feedback about this

  • Quality
  • Price
  • Service

PROS

+
Add Field

CONS

+
Add Field
Choose Image
Choose Video