NEWS PR NEWS

25 พฤษภาคม วันไทรอยด์โลก แพทย์ รพ.วิมุต เผย “โรคไทรอยด์” ภัยเงียบใหม่ของวัยทำงาน เตือน สุขภาพดีก็เป็นได้ รีบตรวจคัดกรองก่อนสาย

25 พฤษภาคม วันไทรอยด์โลก แพทย์ รพ.วิมุต เผย “โรคไทรอยด์” ภัยเงียบใหม่ของวัยทำงาน เตือน สุขภาพดีก็เป็นได้ รีบตรวจคัดกรองก่อนสาย

image.png

หากพูดถึงโรคยอดฮิตที่ทำร้ายคนวัยทำงานยุคนี้ หลายคนอาจนึกถึง “ออฟฟิศซินโดรม” เป็นอย่างแรก แต่จริง ๆ ยังมีอีกโรคหนึ่งที่เริ่มพบว่าคนรอบตัวเป็นกันเยอะมากขึ้น นั่นคือ “โรคไทรอยด์” โดยข้อมูลจากวารสารการแพทย์ Advances in Therapy ระบุว่ามีผู้ป่วยโรคไทรอยด์ทั่วโลกราว 200 ล้านคน และมากถึง 60% ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคนี้  โดยเหตุผลหลักที่คนมักไม่รู้ตัวเพราะอาการเริ่มต้นคล้ายกับภาวะทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น นอนไม่หลับ ท้องเสีย หรืออ่อนเพลีย สะท้อนถึงการเป็น “ภัยเงียบ” ที่แม้แต่คนที่ดูแลตัวเองดีก็มีโอกาสเป็นได้ ซ้ำแล้วหลายคนยังเข้าใจผิดว่าโรคนี้เกี่ยวกับ “น้ำหนักตัว” ที่ลดหรือเพิ่มเพียงอย่างเดียว ทั้งที่จริงเป็นโรคที่ส่งผลต่อร่างกายหลายระบบ และหากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อันตรายถึงชีวิต วันนี้ พญ.ธนพร พุทธานุภาพ แพทย์อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม รพ.วิมุต จะมาเล่าถึงความอันตรายของโรคไทรอยด์ พร้อมแชร์สัญญาณเตือนที่หลายคนอาจมองข้าม และแนวทางการรักษาที่ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้ง

ภาพ_พญ.ธนพร พุทธานุภาพ แพทย์อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม_1.jpg

รู้จัก “โรคไทรอยด์” ภัยร้ายที่บังคับให้ระบบร่างกายทำงานไม่สมดุล

ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมไร้ท่อขนาดเล็กบริเวณลำคอ มีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ที่ควบคุมการทำงานของร่างกายในแทบทุกระบบ เช่น การเผาผลาญ อุณหภูมิร่างกาย การเต้นของหัวใจ การย่อยอาหาร การหายใจ ไปจนถึงระดับความตื่นตัวของสมอง โรคไทรอยด์จึงหมายถึงการที่ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานไม่สมดุล พญ.ธนพร พุทธานุภาพ อธิบายว่า “โดยทั่วไปความผิดปกติของต่อมไทรอยด์แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มก้อนเนื้อไทรอยด์ เช่น ถุงน้ำหรือมะเร็งไทรอยด์ กลุ่มการอักเสบและติดเชื้อ และกลุ่มความผิดปกติของการผลิตฮอร์โมนที่พบบ่อยที่สุด และแบ่งเป็น 2 แบบ คือ ไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism) มักเกิดจาก โรคเกรฟส์ (Graves’ Disease) ที่กระตุ้นให้ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนมากเกินไป ทำให้ระบบร่างกายทำงานหนักกว่าปกติ อีกชนิดคือ ไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroidism) มักเกิดจาก โรคฮาชิโมโต (Hashimoto’s Thyroiditis) ที่ภูมิคุ้มกันค่อย ๆ ทำลายเนื้อเยื่อต่อมไทรอยด์จนผลิตฮอร์โมนได้น้อยลง ทำให้ระบบต่าง ๆ ทำงานช้าลงกว่าที่ควร”

เช็กสัญญาณ “โรคไทรอยด์” ที่ต้องพบแพทย์ก่อนอันตราย

โรคไทรอยด์ในระยะเริ่มมักมีอาการทั่วไปที่คนวัยทำงานเป็นกันปกติ เช่น ท้องเสียก็อาจมาจากการกินอาหารที่ไม่สะอาด หรืออ่อนเพลียก็คิดว่าอาจมาจากการโหมงานหนัก ทำให้มองข้ามโรคไทรอยด์ไป อย่างไรก็ตาม เราสามารถลองสังเกตความเสี่ยงเบื้องต้นได้ โดยเช็กว่าช่วงนี้มีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องโดยไม่มีสาเหตุหรือไม่ เริ่มจาก ไทรอยด์เป็นพิษ ที่มักมีอาการใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว น้ำหนักลด เหงื่อออกง่าย ร้อนง่าย หงุดหงิด นอนไม่หลับ และท้องเสีย ในทางกลับกัน ไทรอยด์ต่ำ จะมีอาการหัวใจเต้นช้า อ่อนเพลีย น้ำหนักขึ้น ตัวบวม ผิวแห้ง หนาวง่าย ซึมเศร้า ง่วงมาก และท้องผูกเรื้อรัง โดยหากพบว่าตัวเองมีอาการเข้าข่าย 2 ข้อขึ้นไป ก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรอง พญ.ธนพร พุทธานุภาพ อธิบายเสริมว่า “ผู้ที่ป่วยเป็นโรคไทรอยด์และไม่รักษาอาจนำไปสู่ภาวะฉุกเฉินไทรอยด์ ได้แก่ Thyroid Storm ในผู้ป่วยไทรอยด์เป็นพิษ ที่หัวใจจะเต้นเร็วมากจนน้ำท่วมปอด มีไข้ สับสน หรือตับอักเสบ และ Myxedema Coma ในผู้ป่วยไทรอยด์ต่ำ ที่ทำให้ซึม ไม่รู้สึกตัว หายใจช้า หัวใจเต้นช้า และมีน้ำท่วมเยื่อหุ้มหัวใจ ซึ่งทั้งสองภาวะต้องเข้ารับการรักษาทันที”

“โรคไทรอยด์” ตรวจไม่ยาก หายได้ เพียงรักษาต่อเนื่อง

การวินิจฉัยโรคไทรอยด์ในปัจจุบันสามารถทำได้ด้วยการเจาะเลือดเพื่อตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและแม่นยำ โดยถ้าคนไข้มีการรับประทานวิตามิน Biotin หรือยาบางชนิดควรแจ้งแพทย์ก่อนตรวจ เพราะอาจทำให้ผลการตรวจคลาดเคลื่อน หากแพทย์สงสัยว่ามีก้อนที่ต่อมไทรอยด์ อาจทำการอัลตราซาวด์เพิ่มเติม สำหรับแนวทางการรักษาจะแตกต่างกันตามชนิดของโรค ใน “ไทรอยด์เป็นพิษ” ต้องรับประทานยาสร้างฮอร์โมนต่อเนื่องอย่างน้อย 18-24 เดือน ขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อการรักษา ซึ่งผู้ป่วยประมาณ 30-50% อาจต้องรับประทานระยะยาว หรือใช้วิธีอื่น เช่น การกลืนน้ำแร่ไอโอดีนหรือการผ่าตัด ส่วน “ไทรอยด์ต่ำ” มักเป็นภาวะถาวร จะต้องรับประทานยาฮอร์โมนทดแทนตลอดชีวิต และเมื่อระดับฮอร์โมนกลับมาเป็นปกติแล้ว อาการต่าง ๆ ก็จะดีขึ้น น้ำหนักจะปรับเข้าสู่สมดุล แต่หากต้องการลดน้ำหนักก็ต้องอาศัยการควบคุมอาหารและออกกำลังกายควบคู่กันไป

ภาพ_พญ.ธนพร พุทธานุภาพ แพทย์อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม_2.jpg

“แม้โรคไทรอยด์จะไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่การดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกาย ทำกิจกรรมผ่อนคลายความเครียด และกินอาหารที่มีไอโอดีนเพียงพอก็ช่วยลดความเสี่ยงได้ ที่สำคัญคืออย่าลืมไปตรวจสุขภาพทุกปี โดยเฉพาะคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือเริ่มมีอาการผิดปกติ เพราะถ้าตรวจพบไวก็รักษาได้ทันท่วงที ดีกว่ารักษาในวันที่สายเกินไป” พญ.ธนพร พุทธานุภาพ กล่าวทิ้งท้าย

ผู้ที่สนใจปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุต สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่โรงพยาบาลวิมุต เปิดให้บริการทุกวัน โทรศัพท์ 02-079-0070 นอกจากนี้ ยังสามารถดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อทำนัดหมายแพทย์ล่วงหน้า หรือเลือกใช้บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine) ผ่านทาง Line @vimuttelemed หรือ ViMUT Application เพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้นจากแพทย์ผู้ชำนาญการได้อย่างสะดวก รวมถึงติดตามผลหลังการรักษาได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเดินทาง ซึ่งช่วยให้การดูแลต่อเนื่องในทุกขั้นตอน

####

เกี่ยวกับโรงพยาบาลวิมุต
โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ตั้งบนทำเลใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานคร บนพื้นที่ 4 ไร่ ริมถนนพหลโยธิน ใกล้สี่แยกสะพานควาย เป็นโรงพยาบาลขั้นตติยภูมิ (Tertiary Care) ขนาด 235 เตียง ในรูปแบบอาคารสูง 18 ชั้น ได้รับการรับรองมาตรฐานสถานพยาบาลระดับสากล Joint Commission International (JCI) เน้นให้บริการรักษาโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ สมอง เบาหวาน กระดูก ระบบทางเดินอาหาร และตับ รวมถึงกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)  นอกจากนี้ ยังมีบริการทางการแพทย์อื่น ๆ อาทิ ศูนย์สุขภาพผู้สูงอายุ (Geriatric center) เพื่อตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุ รวมถึงการดูแลพื้นฟูสภาวะหลังวิกฤต (Transitional Care) เพื่อฟื้นฟูร่างกายผู้ป่วยหลังจากรักษาเพื่อเตรียมตัวก่อนกลับบ้าน เรานำเสนอบริการในรูปแบบ One-stop Service ซึ่งครอบคลุมบริการดูแลสุขภาพถึงบ้าน (Health to Home) มอบความสะดวกสบายและทันสมัยผ่านการใช้แอปพลิเคชัน ViMUT สำหรับการตรวจสอบประวัติทางการแพทย์ส่วนบุคคล การจองนัดหมายแพทย์ด้วยตัวเอง การรับคำปรึกษาจากแพทย์แบบออนไลน์ (Tele Medicine Service) และบริการจัดส่งยาถึงบ้าน (ViMUT Drug delivery)

Leave feedback about this

  • Quality
  • Price
  • Service

PROS

+
Add Field

CONS

+
Add Field
Choose Image
Choose Video