COMPUTEX 2026 ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำบทบาทศูนย์กลางนวัตกรรม AI ระดับโลก พร้อมขับเคลื่อนระบบนิเวศ AI แห่งอนาคต
COMPUTEX 2026 หนึ่งในมหกรรมเทคโนโลยี AIoT และนวัตกรรมสตาร์ทอัพชั้นนำของโลก ปิดฉากลงอย่างประสบความสำเร็จ ภายใต้แนวคิด “AI Together” ที่มุ่งสะท้อนพลังความร่วมมือในการขับเคลื่อนอนาคตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยภายในงานได้รวบรวมผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก สตาร์ทอัพ ผู้พัฒนานวัตกรรม และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอุตสาหกรรม มาร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีและโซลูชันล่าสุด พร้อมนำเสนอวิสัยทัศน์และแนวโน้มสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมในอนาคต ผ่าน 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ AI Computing, Robotics & Intelligent Mobility และ Next-Generation Technology
ตลอดระยะเวลาการจัดงาน COMPUTEX 2026 ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อและผู้เข้าชมงานจากทั่วโลก รวมทั้งสิ้น 111,312 ราย จาก 152 ประเทศและภูมิภาค อาทิ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ เวียดนาม อินเดีย ไทย และมาเลเซีย สะท้อนถึงบทบาทของ COMPUTEX ในฐานะแพลตฟอร์มระดับโลกที่สำคัญสำหรับการสร้างความร่วมมือในอุตสาหกรรม AI การนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัย และการเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการ นักลงทุน และพันธมิตรจากทั่วโลก พร้อมตอกย้ำการเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของระบบนิเวศ AI และนวัตกรรมแห่งอนาคตอย่างต่อเนื่อง
Physical AI ก้าวสู่คลื่นลูกใหม่ของนวัตกรรมอุตสาหกรรมโลก
ท่ามกลางการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังก้าวข้ามขีดจำกัดจากโลกดิจิทัลสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น องค์กรทั่วโลกต่างเร่งลงทุนในเทคโนโลยี Physical AI ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเทรนด์สำคัญที่จะเข้ามาพลิกโฉมการดำเนินธุรกิจในอนาคต โดยรายงานจาก Strategy& ในเครือ PwC คาดการณ์ว่า Physical AI จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในตลาดโลกได้สูงถึง 430,000 ล้านยูโรภายในปี 2573 และจะเริ่มถูกนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้างภายในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต โลจิสติกส์ การแพทย์ และอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ
เพื่อตอบรับการเติบโตของเทคโนโลยีดังกล่าว COMPUTEX 2026 ได้ขยายพื้นที่จัดแสดงกลับสู่ TWTC Hall 1 พร้อมเปิดตัว AI Robotics Zone เป็นครั้งแรก รวบรวมพันธมิตรในระบบนิเวศเทคโนโลยีจากทุกภาคส่วนของห่วงโซ่อุตสาหกรรม มาร่วมจัดแสดงนวัตกรรมด้านหุ่นยนต์ เทคโนโลยี Embodied AI และโซลูชันแบบบูรณาการที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้งานจริง โดยเน้นนำเสนอเทคโนโลยีสำคัญที่เป็นหัวใจในการผลักดันงานวิจัยและการพัฒนาให้ก้าวสู่การประยุกต์ใช้งานเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ COMPUTEX 2026 ยังได้ขยายขอบเขตการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ ๆ ผ่านการเปิดตัว E-paper Pavilion และ TechXperience โซนจัดแสดงพิเศษที่รวบรวมผู้ประกอบการและแบรนด์เทคโนโลยีกว่า 180 ราย มาร่วมนำเสนอนวัตกรรมล่าสุด สร้างมิติใหม่ให้กับงานในปีนี้ พร้อมสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลก
ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ กำหนดทิศทางอนาคตของ AI
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของ COMPUTEX 2026 คือเวที COMPUTEX Keynote ที่รวบรวมผู้บริหารระดับสูงและผู้นำทางความคิดจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก มาร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอนาคตของปัญญาประดิษฐ์ ครอบคลุมตั้งแต่ AI Computing, Edge Computing, แพลตฟอร์มเทคโนโลยียุคใหม่ ไปจนถึงระบบขนส่งอัจฉริยะ ซึ่งล้วนเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่จะมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในยุค AI
การบรรยายเปิดงานได้รับเกียรติจาก Cristiano R. Amon ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Qualcomm ก่อนจะต่อเนื่องด้วยการนำเสนอจาก Matt Murphy ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Marvell, Lip-Bu Tan ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Intel และ Rafael Sotomayor ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ NXP โดยตลอดการจัดงานในส่วนของ Keynote มีผู้เข้าร่วมรับฟังกว่า 6,000 คน สะท้อนถึงความสนใจอย่างล้นหลามของอุตสาหกรรมที่มีต่อทิศทางการพัฒนาและนวัตกรรม AI ในอนาคต
ขณะเดียวกัน COMPUTEX Forum ยังเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้นำอุตสาหกรรมและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีกว่า 28 ราย จากองค์กรชั้นนำระดับโลก มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวคิดภายใต้ 6 ประเด็นสำคัญ อาทิ AI Computing หุ่นยนต์อัจฉริยะ และการกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance) โดยมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 13,200 ครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของภาคธุรกิจที่มีต่อบทบาทของ AI ซึ่งกำลังเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงในทุกอุตสาหกรรม
ภายในเวทีดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมวิเคราะห์ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI แพลตฟอร์มการประมวลผล ไปจนถึงแนวทางการนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในองค์กรและการกำหนดกรอบการกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถวางกลยุทธ์ในการขยายการใช้งาน AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเร่งการพัฒนานวัตกรรมและการนำเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
InnoVEX 2026 สร้างสถิติใหม่ ดึงสตาร์ทอัพกว่า 500 รายจากทั่วโลก ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมแห่งอนาคต
InnoVEX 2026 หนึ่งในเวทีสตาร์ทอัพชั้นนำของเอเชีย สร้างอีกหนึ่งความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการรวบรวมสตาร์ทอัพมากกว่า 500 ราย จากทั่วโลก เพิ่มขึ้นกว่า 11% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของระบบนิเวศนวัตกรรมและความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่มีต่อเวทีระดับนานาชาติแห่งนี้ โดยไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เป็น 3 ประเทศและภูมิภาคที่มีจำนวนผู้เข้าร่วมมากที่สุด ขณะที่ในปีนี้มีสตาร์ทอัพจาก 23 ประเทศ เข้าร่วมจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ภายในงาน
เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายนวัตกรรมระดับโลกให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น InnoVEX ได้จับมือกับ Plug and Play Taiwan หนึ่งในแพลตฟอร์มนวัตกรรมแบบเปิด (Open Innovation Platform) และองค์กรบ่มเพาะสตาร์ทอัพชั้นนำระดับโลก เป็นครั้งแรก รวมถึงความร่วมมือกับ Everidge ผู้จัดงานแสดงสตาร์ทอัพจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายพันธมิตร นักลงทุน และตลาดใหม่ ๆ ในระดับสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดง National Pavilion จาก 9 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไทย ออสเตรเลีย อิสราเอล แคนาดา อิตาลี และสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยด้าน AI หุ่นยนต์ และระบบขนส่งอัจฉริยะ มาจัดแสดงอย่างครบวงจร ตอกย้ำบทบาทของ InnoVEX ในฐานะเวทีระดับโลกที่เปิดพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การสร้างความร่วมมือ และการผลักดันนวัตกรรมสู่ตลาดสากล
ภายใต้ธีม “AI in Action” เวที InnoVEX Forum ได้รวบรวมวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา มาร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ AI ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ครอบคลุมประเด็นสำคัญตั้งแต่แนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI กลยุทธ์การนำ AI ไปใช้งานจริงในองค์กร โมเดลธุรกิจแบบโอเพนซอร์ส ไปจนถึงการยกระดับกระบวนการทำงานและการบริหารจัดการข้อมูลด้วยเทคโนโลยี AI
ขณะเดียวกัน InnoVEX Pitch Contest ยังคงเป็นเวทีสำคัญในการผลักดันสตาร์ทอัพสู่การเติบโตระดับสากล โดยเชื่อมโยง 3 ปัจจัยสำคัญของการพัฒนาธุรกิจ ได้แก่ เงินทุน (Capital) ทรัพยากรด้านการประมวลผล (Computing Power) และการยืนยันศักยภาพทางธุรกิจจากภาคอุตสาหกรรม (Industry Validation) เข้าด้วยกัน ผ่านแพลตฟอร์มสนับสนุนนวัตกรรมแบบครบวงจรที่ช่วยสร้างโอกาสในการเข้าถึงนักลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วโลก โดยในปีนี้ รางวัลสูงสุดของการแข่งขันตกเป็นของ RLWRLD สตาร์ทอัพที่ได้รับการยอมรับในด้านศักยภาพและความโดดเด่นของนวัตกรรม

COMPUTEX 2026 ยกระดับประสบการณ์งานแสดงเทคโนโลยี ผ่านแนวคิดความยั่งยืนและไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต
COMPUTEX 2026 เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการจัดงานควบคู่กับการส่งเสริมความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลัก Reduce, Reuse และ Recycle (3R) เป็นแนวทางสำคัญในการดำเนินงาน พร้อมร่วมมือกับผู้จัดแสดงสินค้าภายในงานในการสร้างสภาพแวดล้อมการจัดงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยคาร์บอน ลดมลภาวะ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
ในปีนี้ รางวัล Sustainable Design Award ได้เพิ่ม 2 ประเภทรางวัลใหม่ ได้แก่ Flagship Scale และ Rising Innovator เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาบูธและพื้นที่จัดแสดงตามแนวคิดความยั่งยืนอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น โดยผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ ได้แก่ ASUS และ Transcend Information ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาคธุรกิจในการสร้างนวัตกรรมควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
นอกเหนือจากการนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัย COMPUTEX 2026 ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงนวัตกรรมเข้ากับประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างมิติใหม่ให้กับผู้เข้าร่วมงาน โดยความร่วมมือระหว่าง China Airlines และ GQ ได้ร่วมกันเปิดตัว COMPUTEX Service Lounge พื้นที่พิเศษที่ผสานการต้อนรับทางธุรกิจ ประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของไต้หวันเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ขณะที่โซนพักผ่อนเชิงอินเทอร์แอ็กทีฟจาก Red Bull และ Sleepy Tofu ก็ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเยี่ยมชมงานให้มีความหลากหลายและน่าประทับใจยิ่งขึ้น
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน คือความร่วมมือกับ Aluan Wang ศิลปินด้าน Generative Art ชื่อดัง ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอินเทอร์แอ็กทีฟขนาดใหญ่บริเวณทางเข้าศูนย์แสดงสินค้า Nangang Exhibition Center Hall 1 โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมงานมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ลวดลายภาพดิจิทัลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ก่อนนำไปแสดงผลบนเสา LED ความสูงกว่า 6 เมตร สร้างประสบการณ์ที่ผสานเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และการมีส่วนร่วมของสาธารณชนเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ภายหลังความสำเร็จของการจัดงานในปีนี้ ผู้จัดงานได้ประกาศกำหนดการจัดงาน COMPUTEX 2027 อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 1-4 มิถุนายน 2569 ณ Nangang Exhibition Center Hall 1, Hall 2 และ TWTC Hall 1 โดยยังคงสานต่อแนวคิด “AI Together” เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างพันธมิตรจากทั่วโลก พร้อมผลักดันนวัตกรรมด้าน AI และการพัฒนาอุตสาหกรรมสู่อนาคตที่ชาญฉลาดและยั่งยืนยิ่งขึ้น
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน สามารถติดตามได้ที่ www.computextaipei.com.tw
# # # # # # # #
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ COMPUTEX: www.computextaipei.com.tw/en/index.html
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ InnoVEX: www.innovex.com.tw
เกี่ยวกับ COMPUTEX
ก่อตั้งขึ้นในปี 2524 COMPUTEX เติบโตเคียงข้างอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ของโลกมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี จนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในงานแสดงเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกที่ได้รับการยอมรับจากผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้ซื้อจากนานาประเทศ โดยในแต่ละปีสามารถดึงดูดผู้เข้าชมจากทั่วโลกกว่า 40,000 รายเดินทางสู่ไต้หวัน เพื่อค้นหาโอกาสทางธุรกิจและติดตามนวัตกรรมล่าสุดของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
ด้วยความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุตสาหกรรม ICT ที่ครบวงจรของไต้หวัน COMPUTEX จึงเป็นเวทีสำคัญที่บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกเลือกใช้เป็นพื้นที่เปิดตัวนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับอุตสาหกรรม ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สภาส่งเสริมการค้าต่างประเทศไต้หวัน (TAITRA) และ สมาคมคอมพิวเตอร์ไทเป (Taipei Computer Association: TCA) ซึ่งมุ่งสร้างระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีระดับโลก พร้อมเชื่อมโยงผู้พัฒนาเทคโนโลยี สตาร์ทอัพ นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วโลกเข้าด้วยกัน
ปัจจุบัน COMPUTEX ได้รับการยอมรับในฐานะเวทีอ้างอิงระดับสากลด้าน AI นวัตกรรม และสตาร์ทอัพ ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันความร่วมมือระดับนานาชาติ จุดประกายแนวคิดใหม่ ๆ และเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก
เกี่ยวกับ TAITRA
สภาส่งเสริมการค้าต่างประเทศไต้หวัน (TAITRA) ก่อตั้งขึ้นในปี 2513 ในฐานะองค์กรไม่แสวงหากำไรชั้นนำด้านการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของไต้หวัน โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม เพื่อช่วยผลักดันผู้ประกอบการไต้หวันสู่ตลาดโลกและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีสากล
TAITRA มีสำนักงานใหญ่ในกรุงไทเป พร้อมบุคลากรผู้เชี่ยวชาญกว่า 1,300 คน และเครือข่ายสำนักงานทั้งในและต่างประเทศรวมกว่า 60 แห่งทั่วโลก ทำงานร่วมกับ Taipei World Trade Center (TWTC) และ Taiwan Trade Center (TTC) ในการสร้างเครือข่ายทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วโลก TAITRA ยังคงเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การส่งออก และการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของไต้หวันสู่เวทีโลกอย่างต่อเนื่อง


Leave feedback about this