ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กลับคำตัดสินของศาลชั้นต้นบางส่วนเกี่ยวกับการวินิจฉัยที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (DoD) ระบุว่า DJI เป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกองทัพจีน โดยส่งเรื่องกลับไปยังศาลชั้นต้นเพื่อพิจารณาต่อไป

DJI ถูกตัดสินให้แพ้ต่อกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในประเด็นการถูกระบุสถานะดังกล่าวเมื่อปีก่อน ก่อนยื่นอุทธรณ์ โดยศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนบางส่วน กลับคำวินิจฉัยบางส่วน และส่งคดีกลับคืนสู่ศาลชั้นต้นเพื่อพิจารณาใหม่
ศาลยืนตามข้อวินิจฉัยเรื่อง Government Assistance ซึ่งระบุว่า DJI รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลจีนโดยจงใจ โดยอ้างอิงากการที่บริษัทได้รับการรับรองเป็น “National Enterprise Technology Center” (NETC) จากคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน
ศาลยังปฏิเสธข้อโต้แย้งของ DJI สองประเด็น ได้แก่ การอ้างว่ากระบวนการตามรัฐธรรมนูญถูกละเมิด และข้อกล่าวหาว่า DoD บังคับใช้กฎอย่างเลือกปฏิบัติกับบริษัทอื่นที่มีสถานะ NETC ซึ่งมีการกล่าวถึง Nokia Bell, Volkswagen และ Nissan
อย่างไรก็ดี ศาลกลับคำวินิจฉัยในประเด็น “contribution” หรือการมีส่วนร่วม “บริษัทมีส่วนร่วมในฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของจีนหรือไม่” โดยให้เหตุผลว่ากระทรวงกลาโหมได้ตัดส่วนที่อธิบายเหตุผลทั้งหมดออกจากบันทึกที่ไม่เป็นความลับ ศาลจึงส่งคดีกลับไปยังศาลชั้นต้น เพื่อให้ศาลชั้นต้นประเมินว่าเหตุผลที่แท้จริงของกระทรวงกลาโหมซึ่งเป็นความลับนั้นสนับสนุนข้อสรุปที่ว่า DJI มีส่วนร่วมในฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของจีนหรือไม่
ทางด้าน DJI ได้ออกมาแสดงยินดีกับการตัดสินใจของศาลอุทธรณ์ฯ ซึ่งได้กลับคำตัดสินของศาลชั้นต้นบางส่วนและส่งคดีกลับไปพิจารณาใหม่ พร้อมระบุว่าการที่ศาลพบว่าหลักฐานในบันทึกสาธารณะไม่เพียงพอ ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขการกำหนดสถานะที่ไม่เป็นธรรม DJI ตอกย้ำและยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่ใช่บริษัททางทหาร แต่เป็นบริษัทเอกชนที่ปฏิวัติวงการโดรนสำหรับผู้บริโภคและการใช้งานเชิงพาณิชย์ มีการดำเนินการอย่างแข็งขัน และประณามการใช้ผลิตภัณฑ์ของในการสู้รบมาโดยตลอด และตั้งความหวังว่าจะสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงให้ถูกต้องต่อไปในขณะที่คดียังไม่ถึงที่สิ้นสุด
พร้อมระบุว่าคำวินิจฉัยของศาลที่เห็นว่าบันทึกสาธารณะมีหลักฐานไม่เพียงพอเป็นก้าวสำคัญต่อการแก้ไขการระบุสถานะที่บริษัทมองว่าไม่มีเหตุผลรองรับ
และย้ำว่า DJI ไม่ใช่บริษัททหาร


Leave feedback about this