NEWS SPECIAL ARTICLE

มือถือราคาประหยัดอาจเจอศึกหนัก หลังราคาเมมโมรี่พุ่ง

ตลาดสมาร์ตโฟนราคาประหยัดกำลังเจอกับแรงกดดันครั้งใหญ่ หลังราคาเมมโมรีทั้ง DRAM และ NAND ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จนเริ่มส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตสมาร์ตโฟน โดยเฉพาะรุ่นที่มีราคาต่ำกว่า 400 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ข้อมูลจาก Omdia ระบุว่า ตลาดมือถือราคาต่ำกว่า 400 ดอลลาร์อาจหดตัวถึง 22% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากผู้ผลิตต้องรับภาระต้นทุนเมมโมรีที่สูงขึ้น โดยราคาของเมมโมรีคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 60% ของต้นทุนชิ้นส่วนทั้งหมด (BOM) สำหรับสมาร์ตโฟนกลุ่มราคาต่ำกว่า 400 ดอลลาร์ ขณะที่มือถือราคาประหยัดมีอัตรากำไรไม่สูง ผู้ผลิตจึงรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ยาก และอาจต้องเลือกระหว่าง ขึ้นราคา ลดสเปก หรือเปลี่ยนไปใช้ชิ้นส่วนที่ถูกลง

Omdia ยกตัวอย่างผู้ผลิตสมาร์ตโฟนจีนบางรายสามารถเลือกใช้หน้าจอ LTPO OLED ในรูปแบบที่มีต้นทุนต่ำกว่า และลดต้นทุนได้สูงสุดราว 5 ดอลลาร์ต่อเครื่อง ขณะที่การปรับลดจำนวนกล้อง หรือลดสเปกกล้องก็ช่วยลดต้นทุนได้เช่นกัน นอกจากนี้ การเลือกใช้ชิปประมวลผลรุ่นก่อนหน้า ยังสามารถลดต้นทุนได้ประมาณ 30–40%

ขณะที่ตลาดโดยรวมยังมีแนวโน้มลดลง ส่วนมือถือระดับกลางและระดับบนที่มีราคามากกว่า 400 ดอลลาร์ อาจได้รับผลกระทบน้อยกว่า เพราะผู้ผลิตมีพื้นที่ในการปรับลดต้นทุนส่วนอื่นได้มากกว่า โดย Omdia คาดว่าตลาดกลุ่มนี้อาจเติบโตประมาณ 5.6%

อย่างไรก็ตาม ตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลกในปี 2026 ยังมีแนวโน้มลดลงราว 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากทั้งต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้น หลายรุ่นมีการทยอยปรับขึ้นราคา และความต้องการในการเปลี่ยนเครื่องใหม่ชะลอตัวลง

สำหรับใครที่กำลังมองหามือถือราคาประหยัดในช่วงนี้ อาจต้องเตรียมใจว่า มือถือราคาถูกอาจไม่ได้ถูกเหมือนเดิม และมีตัวเลือกให้เลือกน้อยลง สเปกอาจจะไม่ว๊าวเหมือนก่อนครับ

* Omdia บริษัทวิจัยและวิเคราะห์ตลาดเทคโนโลยีระดับโลก ที่เก็บข้อมูล วิเคราะห์ตลาด และคาดการณ์แนวโน้มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยมีบริษัทชั้นนำต่างๆทั่วโลกให้ความไว้วางใจนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้อ้างอิงการดำเนินงาน

ที่มา : androidcentral

Leave feedback about this

  • Quality
  • Price
  • Service

PROS

+
Add Field

CONS

+
Add Field
Choose Image
Choose Video