แคนนอนตอกย้ำผู้นำตลาดเครื่องพิมพ์หน้ากว้าง ครึ่งแรกปี 2569
ครองส่วนแบ่งตลาด 43% นำทั้งกลุ่ม CAD และ Graphic Arts

กรุงเทพฯ 7 กันยายน 2569 – แคนนอน (CANON) แบรนด์ผู้นำด้านเทคโนโลยีอิมเมจจิ้งระดับโลก ประกาศความสำเร็จอีกครั้ง เมื่อกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์หน้ากว้าง (Large Format Printer) ครองส่วนแบ่งตลาดในประเทศไทยสูงสุดเป็นอันดับ 1 ทั้งกลุ่ม CAD และ Graphic Arts ด้วยส่วนแบ่งตลาดรวมที่ 43% ตลอดช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2569 โดยอ้างอิงข้อมูลจาก International Data Corporation (IDC) บริษัทวิจัยตลาดระดับโลกซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ตอกย้ำสถานะแบรนด์ชั้นนำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการพิมพ์ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง
ความสำเร็จดังกล่าวตอกย้ำความแข็งแกร่งของแคนนอนในตลาดเครื่องพิมพ์หน้ากว้างของประเทศไทย โดยหลังจากสร้างประวัติศาสตร์ครองอันดับ 1 ครบทั้งสามกลุ่มงานพิมพ์เป็นครั้งแรกในปี 2567 ด้วยส่วนแบ่งตลาดรวม 39% กลุ่ม Graphic 42% และกลุ่ม CAD/Poster 39% แคนนอนยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดรวมเพิ่มเป็น 43% ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้

นางสาวเนตรนรินทร์ จันทร์จรัสสุข ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์อิมเมจจิ้งอินฟอร์เมชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “เครื่องพิมพ์หน้ากว้างของแคนนอนได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เพราะสิ่งที่เรานำเสนอไม่ใช่แค่ตัวเครื่องพิมพ์ แต่คือโซลูชันงานพิมพ์ที่ครบวงจร เริ่มตั้งแต่เทคโนโลยีหมึกกันน้ำที่ให้ลายเส้นเที่ยงตรงและสีสันคงทน หัวพิมพ์ที่ควบคุมหยดหมึกได้ละเอียดระดับไมครอน และระบบประมวลผลภาพที่ช่วยให้ได้คุณภาพงานพิมพ์ที่สม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพ ต่อเนื่องไปจนถึงซอฟต์แวร์บริหารจัดการงานพิมพ์ ช่วยให้องค์กรเก็บข้อมูลการพิมพ์รายบุคคล คำนวณต้นทุนต่อชิ้นงาน และติดตามการใช้หมึกและวัสดุสิ้นเปลืองได้อย่างแม่นยำ รวมถึงเครื่องมือออกแบบและสั่งพิมพ์ที่ใช้งานง่าย ทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกับทีมบริการหลังการขายและเครือข่ายศูนย์บริการทั่วประเทศ ผลลัพธ์คือลูกค้าทำงานได้เต็มศักยภาพ ควบคุมต้นทุนได้อย่างรัดกุม และวางแผนธุรกิจได้อย่างมั่นใจ ซึ่งเป็นคุณค่าที่ทำให้แคนนอนได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนาน”
สำหรับแรงขับเคลื่อนสำคัญของความสำเร็จครั้งนี้มาจากผลิตภัณฑ์เรือธง 2 รุ่น เริ่มจาก CANON imagePROGRAF TC-21 ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดในกลุ่มงาน CAD โดยเฉพาะจากธุรกิจขนาดเล็ก สำนักงานสถาปนิก และงานออกแบบ ด้วยจุดขายที่ลงตัวทั้งขนาดกะทัดรัด ใช้งานง่าย และให้คุณภาพงานพิมพ์คมชัด รองรับงานพิมพ์หน้ากว้าง 24 นิ้วได้ถึงขนาด A1+ ที่ความละเอียดสูงสุด 2,400 x 1,200 dpi พร้อมระบบป้อนกระดาษอัตโนมัติ Auto Sheet Feeder ที่สลับพิมพ์ระหว่างกระดาษแบบม้วนและแบบแผ่นได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมตอบโจทย์การทำงานในพื้นที่จำกัดได้อย่างลงตัว
ส่วนอีกรุ่นคือ CANON imagePROGRAF GP-526S ดาวเด่นในกลุ่ม Graphic Arts ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากธุรกิจงานพิมพ์ป้าย โปสเตอร์ และงานกราฟิกคุณภาพสูง ด้วยระบบหมึกเม็ดสี LUCIA PRO II ครบ 7 สี ให้งานพิมพ์มีสีสันสดใสและใกล้เคียงต้นฉบับในระดับมืออาชีพ ทำงานร่วมกับหยดหมึกขนาดเล็กสุด 4 พิโคลิตรที่ความละเอียด 2,400 x 1,200 dpi นอกจากนี้ยังมาพร้อมฮาร์ดดิสก์เข้ารหัสความจุ 500 GB ระบบจัดการงานพิมพ์อัจฉริยะ และระบบม้วนกระดาษแบบมัลติฟังก์ชัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและรองรับงานพิมพ์ที่หลากหลายได้อย่างต่อเนื่อง
การครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงตัวเลขทางการตลาด แต่คือเครื่องยืนยันว่าเทคโนโลยีการพิมพ์ของแคนนอนสามารถสร้างคุณค่าทางธุรกิจให้แก่ลูกค้าได้อย่างแท้จริง “เราเชื่อว่าความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมต้องวัดกันที่ความไว้วางใจของลูกค้าในระยะยาว แคนนอนจึงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับลูกค้าในทุกอุตสาหกรรม” นางสาวเนตรนรินทร์ กล่าวปิดท้าย


Leave feedback about this