ข้อดีอย่างหนึ่งของการถ่ายภาพตอนกลางคืนคือ หลายสิ่งที่ดูธรรมดาในตอนกลางวันจะดูแปลกใหม่และน่าสนใจมากขึ้นในตอนกลางคืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทิวทัศน์หรือสถานที่ต่างๆ ของเมืองในยามค่ำคืน เพราะภาพเมืองตอนกลางคืนที่มีแสงไฟรวมทั้งไม่มีบางส่วนจะแตกต่างไปจากที่ตาเราคุ้นเคยแม้ไม่ใช่สถานที่ใหม่ๆ นอกจากนี้ ด้วยการที่การถ่ายภาพตอนกลางคืนต้องใช้เวลาบันทึกภาพที่นานยังทำให้นักถ่ายภาพสามารถใช้เทคนิคต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์ภาพได้ และแน่นอนว่านักถ่ายภาพไม่ต้องพึ่งพาแสงจากดวงอาทิตย์ที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลาของวัน
อย่างไรก็ตามนอกจากทิวทัศน์ของเมืองที่ดูตื่นตาในตอนกลางคืนแล้ว ยังมีหลายสิ่งที่นักถ่ายภาพไม่ควรมองข้าม และยังสามารถสร้างสรรค์ภาพถ่ายจากสภาพแวดล้อมที่เห็นให้ดูน่าสนใจได้ แม้ไม่ใช่สถานที่โด่งดัง หรือสามารถนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้กับสถานที่ใกล้บ้านได้
และต่อไปนี้คือคำแนะนำเกี่ยวกับการถ่ายภาพสถานที่ต่างๆ ในเมืองที่จะเพิ่มมิติของทิวทัศน์ตอนกลางคืนของเมือง อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงแนวทางสำหรับใช้เพื่อถ่ายภาพสิ่งต่างๆ เมื่อถ่ายภาพทิวทัศน์ในเมืองครับ

เงาสะท้อน
เมืองส่วนใหญ่เต็มไปด้วยอาคารสำนักงานที่ทันสมัยซึ่งภายนอกเป็นกระจกและโลหะ แม้ว่าตัวตึกเองจะไม่สวยมากพอที่จะเป็นวัตถุหลักในภาพถ่าย แต่ทั้งกระจกและโลหะจะสร้างโอกาสในการถ่ายภาพเงาสะท้อนสิ่งที่อยู่ใกล้ๆ ได้ ซึ่งในตอนกลางคืนกระจกของตึกจะยิ่งปรากฏเงาสะท้อนเพราะแสงไฟที่สว่างของเมืองจะแสดงอย่างชัดเจนในกระจกของอาคารที่อยู่ใกล้ๆ ดังนั้นเมื่อเข้าไปในเมืองนักถ่ายภาพจึงควรพยายามมองหาสิ่งที่สะท้อนอยู่ในกระจกของอาคารต่างๆ

ขอบคุณภาพจาก : jameswheeler (Pixabay)
นอกจากกระจกแล้ว นํ้า ยังเป็นอีกโอกาสที่ดีในการถ่ายภาพเงาสะท้อน โดยความเร็วชัตเตอร์ที่ช้ามากๆ จะกำจัดริ้วนํ้าให้หมดไปทำให้เงาสะท้อนชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งการใช้ระยะเวลานานเพื่อถ่ายภาพไม่ใช่ปัญหาของการถ่ายภาพตอนกลางคืนอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามอย่ามองหาแสงสะท้อนจากนํ้าเฉพาะที่แม่นํ้า หรือบ่อนํ้าเท่านั้น แต่ยังควรรวมไปถึงแอ่งนํ้าที่ปรากฏหลังฝนตกด้วย
เส้นของแสง
เส้นของแสงไฟหน้าและท้ายรถไม่เพียงช่วยเพิ่มสีสันให้แก่ภาพเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความรู้สึกของการเคลื่อนที่ในภาพ และสามารถใช้เพื่อจัดการกับปัญหาเรื่องการจราจรที่ปรากฏในภาพทิวทัศน์เมืองตอนกลางคืนได้ โดยสิ่งที่สามารถปรากฏได้เฉพาะเมื่อถ่ายภาพตอนกลางคืนนี้มาจากการใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำ แต่หากไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นที่ใด ความเร็วชัตเตอร์ประมาณ 15 วินาที จะนานเพียงพอที่จะทำให้รถยนต์เคลื่อนผ่านเฟรมภาพได้ ซึ่งการที่จะปรับค่าสปีดชัตเตอร์ให้ต่ำได้นั้น ควรปรับความไวแสงให้ตํ่าอย่าง ISO 100 และรูรับแสงค่อนข้างแคบเช่น f8 แต่อย่างไรก็ตามเมื่อถ่ายภาพจริงการปรับตั้งอาจเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ จากนั้นนักถ่ายภาพก็เพียงรอให้มีรถเคลื่อนเข้ามาในเฟรมแล้วกดชัเตอร์

สำหรับสถานที่ที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพเส้นของแสงนั้น ควรเป็นสถานที่ที่มีความสูงกว่าถนน ซึ่งจะช่วยให้ได้มุมมองที่กว้างและเห็นเส้นของแสงไฟที่ยาวขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเป็นสิ่งที่สามารถช่วยเพิ่มสีสันและความน่าสนใจให้กับทิวทัศน์ในเมืองตอนกลางคืนได้นอกจากแสงไฟจากอาคาร
สถานที่สำคัญ
ข้อดีอย่างหนึ่งของการถ่ายภาพสถานที่สำคัญหรืออนุสรณ์ต่างๆ ตอนกลางคืนคือ สถานที่เหล่านี้มักจะมีการเปิดไฟซึ่งให้มุมมองที่แตกต่างออกไปจากปกติ แต่ข้อเสียหนึ่งที่จะต้องยอมรับได้ก็คือ หลายสถานที่สำคัญจะเป็นที่ดึงดูดผู้คนแม้แต่ตอนกลางคืน ซึ่งการถ่ายภาพโดยไม่ให้ติดผู้คนในเฟรมนั้นทำได้ยามมากๆ

และการแก้ปัญหานี้ที่มักใช้กันบ่อยๆ คือ การใช้เวลาบันทึกภาพที่นานขึ้น (Long Exposure) ในการถ่ายภาพตอนกลางคืนจะช่วยลดปัญหานี้ได้บ้าง เพราะการใช้เวลาถ่ายภาพที่นานมากๆ เช่นการใช้ชัตเตอร์ B เพื่อถ่ายภาพนานกว่า 30 วินาที จะทำให้คนที่เดินผ่านหน้ากล้องไม่ปรากฏในภาพ แต่อย่างไรก็ตาม หากคนหยุดอยู่ในเฟรม (นานพอที่จะสัมพันธ์กับค่าชัตเตอร์ที่ใช้) ก็จะปรากฏภาพคนนั้นในภาพครับ และสิ่งหนึ่งที่ควรระวังเมื่อถ่ายภาพสถานที่สำคัญคือหลายๆ สถานที่ไม่ได้เปิดไฟตลอดทั้งคืน
สถานที่ที่มีมุมถ่ายภาพที่ดี
สถานที่ที่มีมุมมองดีจะสามารถให้โอกาสที่ดีสำหรับการถ่ายภาพได้เสมอ ไม่เฉพาะตอนกลางวันเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงตอนกลางคืนด้วย แต่อย่างไรก็ตามมุมถ่ายภาพที่ดีไม่ได้หมายถึงการรับประกันถึงการได้ภาพที่ดี ซึ่งหนึ่งในกุญแจสู่ภาพที่ดีมักเป็นเส้นที่ฉากหน้า ดังนั้นจึงควรแน่ใจว่ามีบางสิ่งที่น่าสนใจในฉากหน้าที่จะดึงผู้ดูเข้าไปสู่ภาพ นอกจากนี้การหาสถานที่ที่มีมุมที่ดีสำหรับถ่ายภาพทิวทัศน์เมืองตอนกลางคืนมักจะยากโดยเฉพาะตอนกลางคืนเนื่องจากสวนสาธารณะหรืออาคารที่นักถ่ายภาพสามารถเข้าไปถ่ายภาพได้มักจะปิด ซึ่งหากไปถ่ายภาพที่ต่างประเทศวิธีที่ดีในการหาสถานที่ถ่ายภาพบางครั้งสิ่งที่ช่วยได้คือคู่มือท่องเที่ยวของเมืองนั้นซึ่งอาจมีระบุไว้
ขอบฟ้า
แม้หลังจากดวงอาทิตย์ตกและพ้นช่วงเวลา Blue Hour ไปแล้วท้องฟ้าจะเป็นสีดำซึ่งเมื่อถ่ายภาพอาจจะไม่ได้ออกมาดำสนิทในภาพเนื่องจากมีการอมสีจากแสงไฟในในเมือง จนทำให้มักมีคำแนะนำให้ถ่ายภาพตัวเมืองในช่วง Blur Hour ซึ่งท้องฟ้าเป็นสีฟ้าเข้มในขณะที่แสงไฟต่างๆ ในเมือง เริ่มปรากฏแล้ว แต่ภาพของตัวเมืองที่เต็มไปด้วยแสงไฟตัดกับท้องฟ้าที่มืดก็ยังสามารถสร้างความน่าสนใจได้เสมอ

รวมทั้งนักถ่ายภาพยังไม่ต้องกังวลกับบางปัญหาที่อาจมีในตอนกลางวันอย่างแสงแฟลร์จากกระจกของอาคาร หรือเงาจากบางส่วนของอาคารที่ถูกบังแสง โดยกุญแจสำคัญของการถ่ายภาพทิวทัศน์เมืองหลังท้องฟ้ามืดแล้วไม่แตกต่างกับการถ่ายภาพทิวทัศน์เมืองตอนกลางวันคือมุมมองที่สามารถมองเห็นเมืองได้ชัดเจน ซึ่งนอกจากการถ่ายภาพในบริเวณที่มีความสูงแล้ว หากเมืองที่ถ่ายภาพมีแม่น้ำหรืออ่าว การข้ามไปอีกฝั่งของแม่นํ้าหรืออ่าวเพื่อถ่ายภาพจะเป็นทางเลือกที่ดี
ดอกไม้ไฟ
แน่นอนว่าภาพทิวทัศน์เมืองพร้อมดอกไม้ไฟจะต้องถ่ายเฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น และนอกจากนี้ยังไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถถ่ายภาพกันได้บ่อยๆ นอกจากคืนวันที่ 31 ธันวาคม หรือวันสำคัญที่มีการเฉลิมฉลอง โดยกุญแจสำคัญของการถ่ายภาพดอกไม้ไฟคือการใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่เหมาะสมและช่วงเวลาที่ดอกไม้ไฟระเบิดออก

ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการใช้เวลาบันทึกภาพประมาณ 8 – 15 วินาที ค่อนข้างจะให้ผลลัพธ์ที่ดีเพราะนานเพียงพอที่ดอกไม้ไฟจะระเบิดออกเป็นดอกสมบูรณ์เต็มที่ และไม่นานเกินไปจนดอกไม้ไฟดอกอื่นมาทับซ้อนทำให้ดอกพลุมีความสว่างมากจนเกินไป นักถ่ายภาพควรกดชัตเตอร์เมื่อเห็นจุดของดอกไม้ไฟพุ่งขึ้นไป ซึ่งจะทำให้สามารถบันทึกภาพดอกไม้ไฟตั้งแต่เริ่มต้นได้ และควรมีอุปกรณ์เสริมอย่างรีโมทเพื่อควบคุมระยะเวลาของชัตเตอร์สปีดให้ได้ตามต้องการนั่นเองครับ
อาคารเดี่ยวๆ
นอกจากการถ่ายภาพทิวทัศน์ของเมืองมุมกว้างแล้ว อย่ามองข้ามที่จะถ่ายภาพอาคารเดี่ยวๆ ด้วย เพราะหลายอาคารที่อาจดูไม่น่าสนใจตอนกลางวันจะดูเปลี่ยนไปเป็นสิ่งที่น่าสนใจตอนกลางคืนด้วยแสงไฟ นอกจากนี้อย่ามองหาเฉพาะอาคารที่มีแสงไฟสว่างเท่านั้น แต่อาคารที่มีรูปทรงหรือพื้นผิวที่น่าสนใจยังเหมาะสำหรับการถ่ายภาพด้วย
ป้ายไฟ
ป้ายไฟที่เต็มไปด้วยสีสันมักจะมีอยู่เต็มเมืองตอนกลางคืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านชุมชน ท่องเที่ยว หรือพื้นที่ธุรกิจ จึงเป็นเรื่องง่ายที่นักถ่ายภาพจะถ่ายภาพทิวทัศน์โดยมีป้ายไฟรวมอยู่ด้วย
ไฟถนน
หากสามารถหามุมถ่ายภาพไฟถนนที่เรียงเป็นแนวยาวได้นี่คืออีกสิ่งที่น่าสนใจสำหรับถ่ายภาพ รวมทั้งยังสามารถใช้เป็นเส้นนำสายตาสำหรับทิวทัศน์เมืองตอนกลางคืนเพื่อนำไปสู่บางสิ่งได้ และหากต้องการให้ไฟที่ปรากฏมีลักษณะเป็นแฉกเหมือนดาวก็เพียงแค่ปรับรูรับแสงให้แคบลงเท่านั้น
สะพาน
ถึงแม้เมืองที่ถ่ายภาพจะไม่มีสะพานที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกอย่างในนิวยอร์ก ลอนดอน หรือซานฟรานซิสโก แต่สะพานก็ยังเป็นสถานที่ที่ดีสำหรับเลือกไปถ่ายภาพตอนกลางคืนหากไม่รู้ว่าจะไปถ่ายภาพที่ไหน ซึ่งแน่นอนว่าทุกเมืองมักจะมีสะพานซึ่งจะต้องเกิดไฟตอนกลางคืน และเมื่อถ่ายภาพสะพานจึงมีนํ้าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยซึ่งจะมีสองเอฟเฟกต์ที่เกี่ยวข้องกับนํ้าในภาพ อย่างแรกคือ ด้วยระยะเวลาบันทึกภาพที่นานจะทำให้นํ้าดูนุ่มนวล สิ่งที่สองคือแสงจากบนสะพานทำให้เกิดเงาสะท้อนในนํ้า ซึ่งหากใช้นํ้าเป็นฉากหน้าของภาพก็จะปรากฏสิ่งเหล่านี้ในภาพ

นอกจากนี้เมื่อถ่ายภาพทิวทัศน์เมืองโดยที่มีสะพานนักถ่ายภาพควรอย่าลืมที่จะถ่ายภาพในช่วงเวลาที่รถวิ่งไปมาในภาพด้วย เพราะจะเป็นการรวมเอาเส้นของแสงไฟรถเข้ามาไว้ในภาพด้วย เพียงแค่เลือกจังหวะกดชัตเตอร์ในช่วงเวลาที่มีรถผ่านเข้ามาในภาพ หากไม่รู้ว่าจะถ่ายภาพที่จุดใดของสะพานจึงจะได้มุมที่ดีกับสะพานที่ไม่คุ้นเคย สิ่งที่สามารถช่วยได้คือ Street View ใน Google Map เพื่อหาสะพานที่จะถ่ายภาพแล้วดูที่ปลายทั้งสองด้านของสะพานด้วย Street View เพื่อหาสถานที่แต่ละด้านของสะพานที่เหมาะสำหรับถ่ายภาพ
ข้อควรระวังเมื่อถ่ายภาพเมืองในเวลากลางคืน
เลี่ยงแสงสะท้อนและแฟลร์
เมื่อถ่ายภาพตอนกลางคืนอาจปรากฏแสงสะท้อนที่เกิดจากไฟของเมืองตอนกลางคืนเด่นชัด และมากในภาพได้เมื่อมีแหล่งแสงที่มีความแรงอยู่ในภาพหรือใกล้ขอบภาพ เพราะในขณะที่นักถ่ายภาพป้องกันหน้าเลนสที่ใช้ด้วยฟิลเตอร์ แต่อาจทำให้เกิดการสะท้อนไปมาระหว่างฟิลเตอร์และเลนส์ที่ใช้ ซึ่งด้วยการใช้เวลาบันทึกภาพที่นานจะสามารถทำให้แสงสะท้อนปรากฏในลักษณะ Ghosting ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่สามารถทำลายภาพในลักษณะนี้ จึงควรถอดฟิลเตอร์ออกจากเลนส์เมื่อถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย ซึ่งต้องใช้เวลาถ่ายภาพที่นานหากเป็นไปได้ รวมทั้งในขณะถ่ายภาพก็ควรใช้ฮูดเพื่อที่จะลดแฟลร์ที่ขอบภาพ
เรียบเรียง : กองบรรณาธิการ

