สำหรับผม การออกไปแคมป์ปิ้งไม่ได้มีเพียงการกางเต็นท์ นั่งพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ หรือใช้เวลาหลีกหนีจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่จะได้หยิบกล้องออกไปสำรวจสิ่งรอบตัว และเก็บภาพความงดงามของธรรมชาติกลับมาด้วย
ทริปนี้ผมได้เดินทางไปสัมผัสธรรมชาติที่ป่าชุมชนบ้านมวกเหล็กใน และพักแคมป์ที่ไร่ลำภูทอง ฟาร์ม & แคมป์ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เป็นอีกหนึ่งการเดินทางที่ผสมผสานทั้งการพักผ่อน การเรียนรู้ธรรมชาติ และการถ่ายภาพเข้าด้วยกัน ผมจึงอยากพาไปทำความรู้จักกับสถานที่ทั้งสองแห่ง ผ่านเรื่องราวและภาพถ่ายที่ได้บันทึกไว้ระหว่างการเดินทาง เผื่อจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่กำลังมองหาทริปแคมป์ปิ้งใกล้กรุงเทพฯ หรืออยากออกไปใช้เวลากับธรรมชาติพร้อมกล้องคู่ใจสักตัว

ลานกางเต็นท์กับบรรยากาศหมอกในยามเช้าในฤดูปลายฝนต้นหนาว
ผมมีโอกาสได้รู้จักกับไร่ลำภูทองแห่งนี้ผ่านพี่ช่างภาพสายธรรมชาติแนวหน้าของเมืองไทยอย่าง พี่เต สมิทธิ์ สุติบุตร์ จากรายการ Fullframe ช่างภาพสุดขั้วนั่นเองครับ ซึ่งผมเองได้มีโอกาสได้เข้าไปเรียนรู้วิธีการติดตั้ง Camera Trap หรือที่เรารู้จักกันดีคือกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่านั่นเองครับ บ่อยครั้งที่ขอเข้าไปกับพี่เต และก็มีบางครั้งที่มีการจัดอบรมพร้อมเวิร์คชอปจากทางป่าชุมชนบ้านมวกเหล็กในโดยใช้สถานที่ไร่ลำภูทองครับ และผมเองก็เข้าไปอาศัยสถานที่แห่งนี้ในการพักค้างอ้างแรมอยู่บ่อยครั้ง เพราะการติดตั้งกล้องนั้นต้องใช้เวลาทั้งการติดตั้ง และการเข้าไปตรวจเช็คภาพ รวมถึงการ maintenance อุปกรณ์ด้วยครับ เพราะกล้องดักถ่ายเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกได้ว่าอึดต่อสภาพแวดล้อมทั้งแดด ลม ฝน ครับ แต่ก็อย่างที่รู้ๆ กันครับว่า เราไม่อาจเอาชนะธรรมชาติได้ เรามักจะแพ้ให้กับมันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น กล้องได้รับความชื้นมากเกินไปในฤดูฝน อาจทำให้วงจรอิเล็กทรอนิกส์เกิดความสียหายได้ หรือแม้กระทั่งการโดนสัตว์ป่าทำลายทั้งสัตว์ขนาดใหญ่อย่างช้าง ขนาดกลางอย่างลิง หรือแม้กระทั่งขนาดเล็กอย่างมดครับ

กล้องดักถ่าย หรือ Trail camera ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับงานสำรวจสัตว์ป่า และมีบางตัวที่โดนสัตว์ป่า (ช้าง) ทำลาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติมากๆ เพราะมันเป็นสิ่งแปลกปลอมในธรรมชาติครับ
นั่นจึงเป็นที่มาที่ผมมีโอกาสเข้ามาสถานที่แห่งนี้บ่อยครั้ง และได้เดินสำรวจธรรมชาติกับพี่เตก็บ่อยหน ได้เห็นความสมบูรณ์ของธรรมชาติบริเวณนี้อย่างชัดเจน และมองเห็นศักยภาพของพื้นที่ที่เหมาะที่จะนำมาบอกเล่าเรื่องราวให้ผู้คนที่สนใจในธรรมชาติได้รู้จักครับ

ความร่มรื่นของต้นไม้กับสายหมอกพร้อมแบ็คกราวเขาหินปูนสูงใหญ่อลังการมาก
ไร่ลำภูทองฟาร์ม & แค้มป์ เป็นสถานที่ให้บริการลานกางเต็นท์มีพื้นที่สนามหญ้าที่กว้างพอที่จะรองรับเต็นท์ได้หลายหลังพอสมควร สภาพภูมิประเทศเป็นลานกลางหุบเขา ไม่มีห้องพักสำหรับพักนอนครับ แต่มีห้องน้ำให้บริการอย่างเพียงพอ (มีเครื่องทำน้ำอุ่น 1 ห้อง) นักท่องเที่ยวต้องนำเต็นท์ และอุปกรณ์แคมป์มาเอง ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ / อินเทอร์เน็ต (AIS มีบางจุด และบางช่วงเวลา)
ค่าใช้จ่ายในการเข้าพัก
- ค่ากางเต็นท์ผู้ใหญ่คนละ 100/คืน (เด็กอายุต่ำกว่า10 ขวบไม่คิดค่าบริการ)
- ใช้แอร์เคลื่อนที่กรุณาแจ้งด้วยนะครับ ไม่เกิน 9,000 Btu/200 บาท/คืน
- ใช้พัดลมตัวละ 50/คืน
- มีจุดต่อไฟ ให้เตรียมสายไฟมาพ่วง ประมาณ 20 เมตร
** Rooftop Tent, รถ Motorhome, Campervan, นอนในรถไฟฟ้า ได้
ในส่วนของข้อห้ามก็คล้ายกับลานกางเต็นท์ทั่วไปครับ อย่างเช่น
- ห้ามสูบบุหรี่ในห้องน้ำ บริเวณห้องน้ำโดยเด็ดขาด หากเจอปรับ 1,000 บาท
- ห้ามทิ้งก้นบุหรี่ในลานกางเต็นท์เด็ดขาด หากพบเจอปรับ 1,000 บาท หากเจอทีหลังจะประจานหน้าเพจ
- ใช้เสียงได้แต่ไม่ดังเกินไป ได้ถึงเวลา 22.00 น.
- ห้ามใช้ลำโพงตัวใหญ่
- ห้ามเปิดลำโพงเสียงดัง
- ห้ามใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกำลังวัตต์สูง เช่นกาต้มน้ำร้อน, หม้อหุงข้าว, กะทะไฟฟ้า, เตาปิ้งย่างเป็นต้น หากพบเห็นปรับ 1,000 บาท
- ห้ามเล่นการพนันทุกชนิด โดยเด็ดขาด หากเจอปรับ 1,000 บาท
- งดใช้เสียง 22.00-07.00 น. ขอให้ปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด (และทางผู้ให้บริการเองไม่อยากเชิญออกครับ)
- สัตว์เลี้ยงเข้าได้ ดูแลอย่างใกล้ชิด
- ก่อไฟที่พื้นได้ ในจุดที่กำหนดเท่านั้น
- ปิ้งย่างได้ ประกอบอาหารได้ ใช้เตาแก๊ส เตาถ่าน เตากระเป๋า
กฎระเบียบต่างๆ ผู้เข้าพักเองก็ควรนึกถึงใจเขาใจเราครับ เพราะบางคนก็อยากไปพักผ่อนกับธรรมชาติจริงๆ แต่เท่าที่ได้สัมผัสมา นักท่องเที่ยวน่ารักครับ ปฏิบัติตามกฎดีมากๆ
เวลาในการเข้า–ออก :
Check in 11.00-20.00 น. และ Check out 12.00 น. วันถัดไปครับ
สิ่งอำนวยความสะดวกหรืออุปกรณ์แคมป์ปิ้งที่จำเป็นหากลูกค้าลืมนำมาด้วยก็พอมีให้เช่าครับ อย่างแก๊สกระป๋อง อาหารง่ายๆ อย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำดื่มน้ำอัดลม กาแฟ ก็มีให้บริการครับ

แสงเช้าทางฝั่งตะวันตกที่แต้มไปด้วยสีโทนหวานสวยงามดีครับ

ดอกขี้เหล็กป่ากำลังบานพร้อมรับกับสายหมอกในยามเช้า ซึ่งลานตรงนี้มีกระต่ายป่าอาศัยอยู่
ลานกางเต็นท์และบริเวณที่ให้บริการโดยรอบสะอาดดีมาก (ผมชอบเป็นการส่วนตัวมากๆ) เพราะมีจุดล้างจาน มีจุดทิ้งขยะที่มีการคัดแยกขยะอย่างชัดเจน บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น หากเป็นหน้าฝนนักท่องเที่ยวก็มีโอกาสได้เจอหมอกในยามเช้าได้ครับ ส่วนในฤดูหนาวก็มักจะมีอากาศที่เย็นและหนาวถึงขั้นอุณหภูมิขึ้นเลขตัวเดียวก็มี และแสงเช้าแสงเย็นเมื่อกระทบกับเขาหินปูน ผมเชื่อว่าหลายคนอดไม่ได้ที่จะถ่ายภาพแน่ๆ และที่น่าลองเป็นอย่างยิ่งคือการถ่ายดาวครับ ผมไม่เคยลอง แต่ผมเชื่อว่า สามารถถ่ายได้ โดยเฉพาะสายล่าช้าง(เผือก) ผมว่าน่ามาลองมากๆ ครับ

บรรยากาศในฤดูหนาวทำให้โลเคชั่นเหมาะสำหรับภาพยนตร์บางเรื่อง ซึ่งตอนที่ถ่ายภาพก็มีกองถ่ายกำลังถ่ายทำอยู่พอดี

ขอบคุณภาพจากเพจ ไร่ลำภูทองฟาร์ม & แค้มป์

ถนนเข้าสู่ลานกางเต็นท์จะถูกปรับปรุงให้สามารถสัญจรได้อยู่ตลอด ไม่มีปัญหาครับ
การเดินทาง ผิวถนนก่อนถึงแคมป์จะเป็นดินลูกรัง มีหลุมบ่อบ้าง แต่ไม่เป็นปัญหาอะไรมากมายครับ รถผมไปได้ (jazz) ผมเชื่อว่าคันอื่นก็ไปได้ครับ ฮ่าๆๆ ส่วนการนำทาง ผมแนะนำว่าให้ทำความเข้าใจกับเส้นทางก่อนออกเดินทางจะดีมาก เพราะ Gps ไม่สามารถพาไปถึงจุดหมายได้ 100% ครับ มีคนตาม Gps แล้วมาไม่ถึงจุดหมายบ่อยครั้ง เพราะฉะนั้น ก่อนเดินทางควรศึกษาเส้นทางดีๆ เพราะข้างในไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต/โทรศัพท์ ครับ ซึ่ง ข้อจำกัดนี้เองที่ทำให้การเดินทางด้วย Gps ทำไม่ได้ครับ
หรือหากต้องการปักหมุด ทางลานแนะนำดังนี้ครับ คือ เพื่อไม่ให้ไปสู่ทางตันปักหมุดดังนี้
- ปักหมุดแรกที่ “โรงพยาบาลส่งเสริมสุขตำบลมิตรภาพ” พอถึงแล้ว
- ให้ปักหมุดใหม่ไปที่ ไร่ลำภูทองฟาร์ม & แค้มป์ครับ
แม้ว่าข้างในจะไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต/Wifi (AIS มีเป็นบางจุด) แต่ผมกลับมองว่ามันเป็นข้อดีอีกอย่างครับ หากใครมีความต้องการที่จะไปเที่ยวเป็นกลุ่มแบบไร้โลกส่วนตัวหรือสังคมก้มหน้า ผมว่าที่นี่เหมาะมากๆ เรียกได้ว่างานนี้ได้นั่งเสวนากันทั้งทริปแน่นอนครับ ฮ่าๆๆๆ

บรรยากาศของนักท่องเที่ยวที่เข้ามากางเต็นท์
ทำไมไร่ลำภูทองถึงแหมาะที่จะเป็นแหล่งศึกษา เรียนรู้ รวมไปถึงการถ่ายภาพธรรมชาติ นั่นก็เพราะทำเลที่ตั้งที่ดีเอามากๆ จนพี่เตตั้งฉายาให้กับที่แห่งนี้ว่าหุบมหัศจรรย์ครับ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? ในครั้งแรกที่ผมได้ยินคำนี้ก็เกิดความสงสัยเหมือนกัน แต่พอได้เข้าไปสัมผัสจริงๆ ถึงรู้ว่า พื้นที่โดยรอบหุบนั้นถูกโอบด้วยขุนเขา ฝั่งหนึ่งเป็นภูเขาที่มีลักษณะป่าดิบ อีกฝั่งหนึ่งถูกกั้นด้วยเขาหินปูนอันสูงชัน ซึ่งฝั่งป่าดิบจะเป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า (กำลังเตรียมที่จะขึ้นเป็นอุทยานแห่งชาติฯ) ฝั่งเขาเห็นปูนเองก็มีสถานะเป็นป่าชุมชนของบ้านมวกเหล็กใน เรียกได้ว่าป่าล้อมหุบได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ความหลากหลายของสัตว์ป่าจึงมีมากพอสมควร

เสือลายเมฆที่ได้จากการบันทึกของกล้องดักถ่ายบริเวณเขาหินปูน ซึ่งในภาพเป็นแสงอินฟาเรทที่ช่วยให้สามารถบันทึกภาพ/วิดีโอในเวลากลางคืนได้

หมีควายที่ออกหากินในยามค่ำคืน
ซึ่งเราจะไม่รู้เลยว่าสัตว์ป่าที่นี่ชุกชมมากน้อยเพียงใด และสายพันธุ์มีมากน้อยแค่ไหน จนกระทั่งการมาถึงของกล้องดักถ่ายครับ หลักจากที่พี่เตติดตั้งกล้อง เรียกได้ว่าหลายวันนานปีพอสมควร ก็ทำให้เราพอที่จะรู้ว่า บริเวณโดยรอบยังเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าหายากหลายชนิดพอสมควร ไม่ว่าจะเป็น เสือลายเมฆ เลียงผา ค่างแว่นถิ่นเหนือ หมีควาย หมีหมา หรือแม้แต่สัตว์ใหญ่อย่างกระทิงก็สามารถพบเห็นในป่าโดยรอบได้เป็นจำนวนมากพอสมควรครับ

ค่างแว่นถิ่นเหนือที่อาศัยอยู่บริเวณเขาหินปูน ซึ่งมองเห็นได้จากลานกางเต็นท์ และค่างชนิดนี้เป็นหนึ่งในชนิดค่างที่พบเจอได้ในประเทศไทย แต่ความพิเศษคือ มันทำให้เรารู้ว่าที่นี่เป็นแหล่งอาศัยของค่างแว่นถิ่นเหนือที่อยู่ใต้สุดของประเทศ (ข้อมูล ณ ปี พ.ศ.2569)

เลียงผาที่ได้จากกล้องดักถ่าย ซึ่งเป็นสัตว์ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเขาหินปูน และที่ลานกางเต็นท์หากมองขึ้นไปยังเขาหินปูนก็สามารถพบเห็นได้ แม้จะยากหน่อย แต่ถ้าหากเงียบพอ เขาก็อาจจะออกมาให้เห็นได้

กระทิง ซึ่งเป็นสัตว์ใหญ่ที่พบเจอได้ที่นี่ โดยเฉพาะการได้ภาพจากกล้องดักถ่ายถือว่าเยอะมาก และก็ยังสามารถพบเจอได้ในหุบแห่งนี้ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ผลจามจุรีเริ่มสุกและร่วงตามพื้น เพราะกระทิงชอบกินมากครับ
จากที่เล่ามาเป็นภาพที่ได้จากกล้องดักถ่าย แล้ว นักท่องเที่ยวจะเจอแบบนั้นใหม่ละแอด? ผมบอกได้เลยครับว่ามีโอกาสได้พบเจอครับ อย่างตัวที่เคยถ่ายได้แน่ๆ เลยคือ ค่างแว่นถินเหนือ ที่ออกมาหากินกันเป็นฝูงบนผาเขาหินปูนบริเวณลานกางเต็นนั่นเลย และลานกางเต็นท์เองก็ยังเป็นที่อาศัยของกระต่ายป่า นกทุ่ง ครับ ผมแนะนำให้เตรียมไฟฉายไว้ส่องกระต่ายหรือนกกลางคืนด้วยก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมถ่ายภาพที่ดีเลยครับ หรือ ถ้าใครพอมีเวลานั่งแหงนหน้ามองหน้าผาหินปูนเล่นๆ นานๆ ก็อาจมีโอกาสได้พบเจอเลียงผาครับ

จุดเริ่มต้นในการเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวบนยอดเขาหินปูน
แม้จะไม่ได้พบเจอสัตว์ป่าแต่ผมเชื่อว่าธรรมชาติที่เรียกว่าพืช ก็พอจะเยียวยาได้ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สายมาโคร หรือสายพันธุ์ไม้ไม่ควรพลาด เพราะที่นี่มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาหินปูนป่าชุมชนบ้านมวกเหล็กใน (ลานเลียงผา) ไว้บริการครับ เส้นทางจะเป็นเส้นทางเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวบนยอดเขาหินปูน มีระยะทาง 500 เมตร ที่ความสูง 350 เมตร เส้นทางขึ้นอาจจะชันหน่อย แต่เส้นทางมีเชือกสำหรับพยุงตัวเองขึ้นไปได้ครับ และบนเส้นทางที่ลาดชั้นนี้เอง ผมแนะนำว่า ให้หยุดพักบ่อยๆ เพราะมันค่อนข้างใช้พลังงานเยอะพอสมควรครับ

หยาดโพธิสัตว์ / Microchirita radiata จัดเป็นพืชที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ซึ่งเป็นพืชชนิดใหม่ที่พึ่งค้นพบได้ไม่นานนี่เองครับ บริเวณที่ค้นพบคือเขาหินปูนในอำเภอแก่งคอย ซึ่งก็สามารถพบเจอได้ที่นี่ด้วยเช่นกัน

หยาดโพธิสัตว์ / Microchirita radiata

งูเขียวหางไหม้ก็เป็นสัตว์เลื้อยคลานอีกหนึ่งชนิดที่น่าถ่ายมาก แต่ควรระวังเพราะเป็นงูที่มีพิษครับ
และทุกครั้งที่หยุดพัก ผมอยากให้ลองสังเกตุธรรมชาติโดยรอบครับ เพราะมันมักจะมีสิ่งดีๆ ให้เราได้พบเจอเสมอ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ที่พบเจอได้เฉพาะที่นี่อย่างหยาดโพธิสัตว์ หรือแม้กระทั่งก้อนหินที่อาจซ่อนซากฟอสซิลไว้อยู่ หรือสัตว์เล็กๆ อย่างนก สัตว์เลื้อยคลาน หรือแมลง ซึ่งที่นี่มีนกประจำถิ่นอย่างนกกระทาดงแข้งเขียว หรือแม้กระทั่งตัวแรร์ที่สามารถพบเจอได้บ่อยๆ อย่างนกจู๋เต้นสระบุรี และนกที่พบเจอตัวได้ยากอย่างนกโกโรโกโสก็สามารถพบเจอได้ครับ

นกกระทาดงแข้งเขียว นกประจำถิ่นที่พบเจอได้ และมักจะได้ยินเสียงร้องบริเวณตีนเขาซึ่งไม่ไกลจากจุดกลางเต็นท์เลยครับ

นกโกโรโกโส นกที่ช่างภาพสายนกอยากเจอและตามถ่ายภาพตัวหนึ่งเลยก็ว่าได้ครับ เพราะหาตัวได้ค่อนข้างยาก แต่พบเจอได้ที่นี่ครับ
พอขึ้นไปถึงจุดชมวิวคุณจะได้พบกับวิวเขาหินปูนที่มีพื้นล่างเป็นลานกางเต็นท์ที่ถูกปกคลุมด้วยดอกขี้เหล็กป่าสีเหลืองเต็มลาน (บานถึงปลายเดือนธันวาคม) และวิวที่เชื่อมต่อระหว่างป่าสองระบบนิเวศน์คือป่าดิบและป่าเขาหินปูน นอกเหนือจากการชมวิวแล้ว ด้านบนยังเป็นจุดที่สามารถพบเจอพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดครับ ไม่ว่าจะเป็นดอกเอื้องดินปากพาย ชาฤาษี เอื้องพวงมณี และอีกมากมายที่รอการสัมผัสและถ่ายทอดความสวยงามผ่านภาพถ่ายอยู่ครับ

วิวจากจุดชมวิวบนเขาหินปูนป่าชุมชนบ้านมวกเหล็กใน ด้านล่างจะเป็นลานกางเต็นท์ไร่ลำภูทอง

ดอกเอื้องดินปากพาย / Griffith’s Cheirostylis ดูเผินๆ จะเหมือนตุ๊กตาผ้าอยู่เหมือนกันครับ

ลำต้นและดอกของเอื้องดินปากพาย ซึ่งออกดอกช่วงปลายฝนต้นหนาว

อั้วพวงมณี เป็นกล้วยไม้ดินลำลูกกล้วยชนิดหนึ่ง มักออกดอกช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์

ชาฤาษีเมื่อครั้งที่ยังมีใบสด และพอมีดอกให้ได้เห็น

แสงช่วงบ่ายบนยอดเขาหินปูนที่มีฉากหน้าเป็นพุ่มของชาฤาษีที่ดูเหี่ยวเฉา แต่จริงๆ แล้วไม่ได้ตายยครับ แต่เป็นวิธีเอาตัวรอดในสภาพภูมิประเทศน้ำน้อย และใบแห้งที่เห็น เมื่อโดนน้ำมันจะคลี่ออกเหมือนใบกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ซึ่งบางคนก็นำมาต้มเป็นชาดื่มครับ (แอดเองก็ไม่รู้ว่าดื่มได้จริงไหมนะครับ ควรศึกษาสรรพคุณก่อนตัดสินใจดื่มนะครับ)
เรียกได้ว่ามาที่นี่ไม่เสียเที่ยวแน่นอนครับ หากใครที่ต้องการความท้าทายใหม่ๆ หรือเบื่อกับการเจอคนจำนวนมากตามอุทยานฯ ดังๆ ก็สามารถมาลองสัมผัสกับสถานที่แห่งนี้ได้นะครับ ค่าใช้จ่ายไม่แพง ธรรมชาติยังบริสุทธิ์ครับ หากมาตรงช่วงจังหวะดีๆ ก็อาจจะได้สัมผัสกับกิจกรรมการเรียนรู้ทางธรรมชาติ (เดินป่า) ที่ทางป่าชุมชนบ้านมวกเหล็กในจัดขึ้นบ่อยๆ หรือแค่ได้มานั่งฟังพี่เกรียง (เจ้าของลานกางเต็นท์) เล่าประสบการณ์ท่องป่าที่สะสมมานานผมก็ว่าคุ้มมากๆ แล้วครับ หลังจากที่ได้พูดคุยคร่าวๆ กับพี่เกรียงและพี่เต ในอนาคตเราอาจจะได้มีพื้นที่สำหรับนั่งบังไพรส่องนกกันอีกด้วยครับ เพราะพี่ๆ เขามีโครางการจะทำบ่อน้ำนกใกล้ๆ ลานกางเต็นท์ครับ และผมของฝากลางกางเต็นท์กลางหุบมหัศจรรย์ไว้พิจารณาอีกหนึ่งที่ด้วยนะครับ
ติดต่อไร่ลำภูทองฟาร์ม & แค้มป์
คุณเกรียง 0890909018
คุณหนิง 0892408109
** ขออภัยหากคุณลูกค้าติดต่อไม่ได้ทั้ง 2 เบอร์ แสดงว่าอยู่ที่ ลานกางเต็นท์ ไร่ลำภูทองฟาร์ม & แค้มป์
ดูขอมูลเพิ่มเติมได้ที่ :
ไร่ลำภูทองฟาร์ม & แค้มป์ https://www.facebook.com/profile.php?id=61557275183715
ป่าชุมชนบ้านมวกเหล็กใน https://www.facebook.com/muakleknai


Leave feedback about this