หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่นักถ่ายภาพมือใหม่มักจะถามเข้ามาบ่อยที่สุดก็คือ “อยากถ่ายภาพให้ฉากหลังเบลอสวยๆ ต้องตั้งค่ายังไง?” พอถามกลับไปว่าใช้เลนส์อะไรอยู่ คำตอบส่วนใหญ่กว่า 90% คือ เลนส์คิท (Kit Lens) เช่น ระยะ 18-55mm หรือ 24-70mm ที่แถมมาตอนซื้อกล้องนั่นเอง

แน่นอนว่าคำแนะนำที่ง่ายที่สุดคือการป้ายยาให้ไปซื้อเลนส์ฟิกซ์ไวแสงอย่าง 50mm f/1.8 มาใช้ แต่ถ้าคุณยังไม่พร้อมที่จะเสียเงินเพิ่มล่ะ? คำตอบคือ เลนส์คิทติดกล้องที่คุณมีอยู่ ก็สามารถถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้! ด้วย 4 เทคนิคง่ายๆ ที่ใครก็ทำตามได้ดังนี้ครับ

4 เทคนิคปรับเลนส์คิทให้ถ่าย “หน้าชัดหลังเบลอ” ได้ดีที่สุด
การจะเค้นประสิทธิภาพของเลนส์คิทที่มีค่ารูรับแสง (f-stop) แคบๆ ให้สามารถละลายหลังได้ ช่างภาพจำเป็นต้องเข้าใจเรื่อง ระยะชัดลึกชัดตื้น (Depth of Field) และใช้ข้อจำกัดทางกายภาพของเลนส์เข้าช่วย ด้วยหลักการต่อไปนี้:
1. ทิ้งระยะห่างระหว่าง “ตัวแบบ” กับ “ฉากหลัง” ให้มากที่สุด: นี่คือหัวใจสำคัญอันดับแรก ยิ่งฉากหลัง (Background) อยู่ห่างจากตัวแบบ (Subject) มากเท่าไหร่ เอฟเฟกต์การเบลอและละลายหลังก็จะยิ่งเนียนตามากขึ้นเท่านั้น (สูตรจำง่ายๆ: ตัวแบบอยู่ห่างจากฉากหลัง มากกว่า ระยะที่กล้องอยู่ห่างจากตัวแบบ)

พากล้องเข้าใกล้ตัวแบบเพื่อให้ระยะห่างน้อยกว่าระยะห่างระหว่างตัวแบบกับฉากหลังจะทำให้ฉากหลังละลายได้
2. ซูมเลนส์ไปที่ระยะทางยาวโฟกัสสูงสุด : เลนส์คิทแต่ละตัวจะมีระยะซูมต่างกัน ให้คุณหมุนซูมไปที่ตัวเลขที่มากที่สุดเท่าที่เลนส์ตัวนั้นจะทำได้ เพื่อสร้างทัศนมิติ (Perspective) ที่บีบอัดและเบลอฉากหลังได้ดีขึ้น

เมื่อฉากหลังรกหรือรบกวนตัวแบบ เราสามารถเข้าใกล้ตัวแบบให้มากขึ้น เพื่อให้ทั้งฉากหน้าและฉากหลังละลายเพื่อลดการรบกวนมากเกินไปได้เช่นกัน
3. พากล้องเข้าไปประชิดตัวแบบให้ใกล้ที่สุด: พยายามเดินเข้าใกล้ตัวแบบที่จะถ่ายให้มากที่สุดเท่าที่จะจัดองค์ประกอบภาพได้ แต่มีข้อควรระวังคือ ห้ามเข้าใกล้เกินกว่าระยะโฟกัสใกล้สุด (Minimum Focusing Distance) ของเลนส์ตัวนั้นๆ เพราะจะทำให้กล้องกดชัตเตอร์ไม่ลงเนื่องจากหลุดโฟกัส
4. เปิดค่ารูรับแสง (f-stop) ให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้: เมื่อเราซูมสุดเลนส์ ค่า f จะวิ่งไปจุดที่แคบที่สุดของเลนส์โดยอัตโนมัติ (เช่น f/5.6) ให้เราเลือกตั้งค่ารูรับแสงที่ตัวเลขน้อยที่สุดตรงนั้น เพื่อให้กล้องรับแสงและทำระยะชัดตื้นได้ดีที่สุด

ตัวอย่างของระยะจากกล้องถึงตัวแบบ และจากตัวแบบถึงฉากหลัง ซึ่ง ระยะจากกล้องถึงตัวแบบจะใกล้กว่าระยะจากตัวแบบถึงฉากหลัง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จะทำให้ได้ฉากหลังละลายนั่นเอง
เจาะลึกวิธีตั้งค่าละลายหลัง: เลนส์ 18-55mm vs เลนส์ 24-70mm
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและนำไปใช้งานหน้างานได้ทันที ผมขอยกตัวอย่างวิธีการตั้งค่าสำหรับเลนส์คิทยอดนิยมทั้ง 2 ระยะ ดังนี้ครับ:
เลนส์มาตรฐานสำหรับกล้องตัวคูณ (เช่น Canon, Sony, Fujifilm, Nikon, Lumix ระดับเริ่มต้น)
ขั้นตอนการตั้งค่า: ให้หมุนซูมเลนส์ไปที่ระยะ 55mm ซึ่งค่ารูรับแสงกว้างสุดจะปรับไปอยู่ที่ f/5.6 โดยอัตโนมัติ จากนั้นให้เดินเข้าไปใกล้ตัวแบบในระยะประมาณครึ่งตัว (Portrait ครึ่งท่อน) และดันฉากหลังให้อยู่ห่างออกไป 3-5 เมตร เท่านี้ก็จะได้ภาพหน้าชัดหลังเบลอที่สวยงามเพียงพอสำหรับบิวต์อารมณ์ภาพได้แล้วครับ
เทคนิคสำหรับเลนส์คิท Full-Frame ระยะ 24-70mm f/4 หรือ f/3.5-5.6
เลนส์มาตรฐานสำหรับกล้องฟูลเฟรม หรือเลนส์นอร์มอลซูมเกรดพรีเมียม
ขั้นตอนการตั้งค่า: ให้ปรับซูมไปที่ระยะสูงสุดคือ 70mm ซึ่งหากเป็นเลนส์คิทเกรดทั่วไปค่า f จะไหลไปที่ f/5.6 หรือถ้าเป็นเลนส์เกรดโปรขึ้นมาหน่อยจะเป็น f/4 ตลอดช่วง จากนั้นขยับกล้องเข้าใกล้ตัวแบบเพื่อโฟกัสที่ดวงตา ด้วยข้อดีของเซ็นเซอร์ฟูลเฟรมที่ทำระยะชัดตื้นได้ง่ายกว่ากล้องตัวคูณ การซูมที่ 70mm f/4 หรือ f/5.6 แล้วทิ้งฉากหลังไกลๆ จะช่วยให้ฉากหลังละลายแยกออกจากตัวแบบได้อย่างเด่นชัดและดูเนียนตามากๆ ครับ

บางตัวแบบที่อันตรายก็ไม่ควรเข้าใกล้ได้ ควรเลี่ยงไปใช้เลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสที่สูงขึ้น อย่างเลนส์เทเลฯ ระยะต้นๆ หรือหากจำเป็นต้องใช้เลนส์คิท ก็ควรเลือกซื้อเลนส์คิท 18-140mm แทนการเลือกซื้อเลนส์คิท 18-55mm
ข้อจำกัดที่ต้องเจอเมื่อใช้เลนส์คิทละลายหลัง
แม้ว่าเทคนิคนี้จะช่วยให้เราได้ภาพหน้าชัดหลังเบลอโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อเลนส์ใหม่ แต่ก็มีข้อจำกัดบางประการที่ช่างภาพมือใหม่ต้องเข้าใจและยอมรับล่วงหน้า:
ระบบออโต้โฟกัส (AF) อาจจะช้าลงเล็กน้อย: เนื่องจากที่ระยะซูมสุด รูรับแสงจะแคบลง (f/5.6) ทำให้แสงวิ่งเข้าเซ็นเซอร์น้อยลง ระบบโฟกัสของกล้องจึงอาจต้องใช้เวลาหาโฟกัสมากกว่าตอนใช้ระยะมุมกว้าง

การจัดองค์ประกอบที่ยากขึ้น หากต้องเข้าใกล้ตัวแบบเพื่อให้ได้ฉากหลังละลาย
การจัดองค์ประกอบภาพยากขึ้น: การซูมสุด (Telephoto) และการเดินเข้าใกล้ตัวแบบ จะทำให้มุมมองภาพแคบลงมาก ช่างภาพต้องถอยห่างจากพื้นที่จำกัด หรือต้องจัดระเบียบองค์ประกอบภาพอย่างใจเย็น
ความละลายจะไม่เนียนเท่าเลนส์ไวแสง: แน่นอนว่าการละลายหลังด้วย f/5.6 จะไม่สามารถลบฉากหลังให้หายวับเป็นวุ้นได้เหมือนเลนส์ฟิกซ์ไวแสงระดับ f/1.8 หรือ f/1.4 แต่รับรองว่าเพียงพอที่จะทำให้ตัวแบบดูเด่นและภาพมีมิติขึ้นมาได้อย่างชัดเจนครับ

ซูมสูงสุดของเลนส์ แม้ค่า f กว้างสุดแค่ 5.6 ก็พอที่จะช่วยให้ใบไม้ด้านหลังละลายไปได้และลดการรบกวนได้บ้าง แม้จะไม่หมด แต่ก็พอที่จะแยกฉากหลังออกจากตัวแบบได้
การถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอด้วยเลนส์คิท 18-55mm หรือ 24-70mm เป็นแบบฝึกหัดที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับมือใหม่ เพราะมันจะบังคับให้คุณเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง ระยะเลนส์, ระยะห่างจากวัตถุ, และระยะฉากหลัง ก่อนที่คุณจะขยับขยายไปซื้อเลนส์ราคาแพงในอนาคต ลองนำเทคนิค 4 ข้อนี้ไปปรับใช้ดูครับ แล้วคุณจะรู้ว่าเลนส์คิทติดกล้องธรรมดาๆ ก็สร้างสรรค์ภาพถ่ายที่น่าทึ่งได้แทบจะไม่แพ้ช่างภาพมืออาชีพเลยครับ!
ขอให้มีความสุขกับการสร้างสรรค์ภาพถ่ายนะครับ
เรื่อง / ภาพ : สุริโย ตาไธสง


Leave feedback about this