แคมป์ปิ้งกางเต็นท์และถ่ายภาพธรมชาติที่ป่าชุมชนบ้านมวกเหล็กในและไร่ลำภูทอง ฟาร์ม&แคมป์
SCOOPS TRAVELS

ป่าชุมชนบ้านมวกเหล็กใน และไร่ลำภูทอง ฟาร์ม & แคมป์ กับทริปแคมป์ปิ้งถ่ายภาพธรรมชาติ จ.สระบุรี

สำหรับผม การออกไปแคมป์ปิ้งไม่ได้มีเพียงการกางเต็นท์ นั่งพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ หรือใช้เวลาหลีกหนีจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่จะได้หยิบกล้องออกไปสำรวจสิ่งรอบตัว และเก็บภาพความงดงามของธรรมชาติกลับมาด้วย

ทริปนี้ผมได้เดินทางไปสัมผัสธรรมชาติที่ป่าชุมชนบ้านมวกเหล็กใน และพักแคมป์ที่ไร่ลำภูทอง ฟาร์ม & แคมป์ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เป็นอีกหนึ่งการเดินทางที่ผสมผสานทั้งการพักผ่อน การเรียนรู้ธรรมชาติ และการถ่ายภาพเข้าด้วยกัน ผมจึงอยากพาไปทำความรู้จักกับสถานที่ทั้งสองแห่ง ผ่านเรื่องราวและภาพถ่ายที่ได้บันทึกไว้ระหว่างการเดินทาง เผื่อจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่กำลังมองหาทริปแคมป์ปิ้งใกล้กรุงเทพฯ หรืออยากออกไปใช้เวลากับธรรมชาติพร้อมกล้องคู่ใจสักตัว

ผมมีโอกาสได้รู้จักกับไร่ลำภูทองแห่งนี้ผ่านพี่ช่างภาพสายธรรมชาติแนวหน้าของเมืองไทยอย่าง พี่เต สมิทธิ์ สุติบุตร์ จากรายการ Fullframe ช่างภาพสุดขั้วนั่นเองครับ ซึ่งผมเองได้มีโอกาสได้เข้าไปเรียนรู้วิธีการติดตั้ง Camera Trap หรือที่เรารู้จักกันดีคือกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่านั่นเองครับ บ่อยครั้งที่ขอเข้าไปกับพี่เต และก็มีบางครั้งที่มีการจัดอบรมพร้อมเวิร์คชอปจากทางป่าชุมชนบ้านมวกเหล็กในโดยใช้สถานที่ไร่ลำภูทองครับ และผมเองก็เข้าไปอาศัยสถานที่แห่งนี้ในการพักค้างอ้างแรมอยู่บ่อยครั้ง เพราะการติดตั้งกล้องนั้นต้องใช้เวลาทั้งการติดตั้ง และการเข้าไปตรวจเช็คภาพ รวมถึงการ maintenance อุปกรณ์ด้วยครับ เพราะกล้องดักถ่ายเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกได้ว่าอึดต่อสภาพแวดล้อมทั้งแดด ลม ฝน ครับ แต่ก็อย่างที่รู้ๆ กันครับว่า เราไม่อาจเอาชนะธรรมชาติได้ เรามักจะแพ้ให้กับมันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น กล้องได้รับความชื้นมากเกินไปในฤดูฝน อาจทำให้วงจรอิเล็กทรอนิกส์เกิดความสียหายได้ หรือแม้กระทั่งการโดนสัตว์ป่าทำลายทั้งสัตว์ขนาดใหญ่อย่างช้าง ขนาดกลางอย่างลิง หรือแม้กระทั่งขนาดเล็กอย่างมดครับ

นั่นจึงเป็นที่มาที่ผมมีโอกาสเข้ามาสถานที่แห่งนี้บ่อยครั้ง และได้เดินสำรวจธรรมชาติกับพี่เตก็บ่อยหน ได้เห็นความสมบูรณ์ของธรรมชาติบริเวณนี้อย่างชัดเจน และมองเห็นศักยภาพของพื้นที่ที่เหมาะที่จะนำมาบอกเล่าเรื่องราวให้ผู้คนที่สนใจในธรรมชาติได้รู้จักครับ

ไร่ลำภูทองฟาร์ม & แค้มป์ เป็นสถานที่ให้บริการลานกางเต็นท์มีพื้นที่สนามหญ้าที่กว้างพอที่จะรองรับเต็นท์ได้หลายหลังพอสมควร สภาพภูมิประเทศเป็นลานกลางหุบเขา ไม่มีห้องพักสำหรับพักนอนครับ แต่มีห้องน้ำให้บริการอย่างเพียงพอ (มีเครื่องทำน้ำอุ่น 1 ห้อง) นักท่องเที่ยวต้องนำเต็นท์ และอุปกรณ์แคมป์มาเอง ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ / อินเทอร์เน็ต (AIS มีบางจุด และบางช่วงเวลา)  

ค่าใช้จ่ายในการเข้าพัก

  • ค่ากางเต็นท์ผู้ใหญ่คนละ 100/คืน (เด็กอายุต่ำกว่า10 ขวบไม่คิดค่าบริการ)
  • ใช้แอร์เคลื่อนที่กรุณาแจ้งด้วยนะครับ ไม่เกิน 9,000 Btu/200 บาท/คืน
  • ใช้พัดลมตัวละ 50/คืน
  • มีจุดต่อไฟ ให้เตรียมสายไฟมาพ่วง ประมาณ 20 เมตร

** Rooftop Tent, รถ Motorhome, Campervan, นอนในรถไฟฟ้า ได้

ในส่วนของข้อห้ามก็คล้ายกับลานกางเต็นท์ทั่วไปครับ อย่างเช่น

  1. ห้ามสูบบุหรี่ในห้องน้ำ บริเวณห้องน้ำโดยเด็ดขาด หากเจอปรับ 1,000 บาท
  2. ห้ามทิ้งก้นบุหรี่ในลานกางเต็นท์เด็ดขาด หากพบเจอปรับ 1,000 บาท หากเจอทีหลังจะประจานหน้าเพจ
  3. ใช้เสียงได้แต่ไม่ดังเกินไป ได้ถึงเวลา 22.00 น.
  4. ห้ามใช้ลำโพงตัวใหญ่
  5. ห้ามเปิดลำโพงเสียงดัง
  6. ห้ามใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกำลังวัตต์สูง เช่นกาต้มน้ำร้อน, หม้อหุงข้าว, กะทะไฟฟ้า, เตาปิ้งย่างเป็นต้น หากพบเห็นปรับ 1,000 บาท
  7. ห้ามเล่นการพนันทุกชนิด โดยเด็ดขาด หากเจอปรับ 1,000 บาท
  8. งดใช้เสียง 22.00-07.00 น. ขอให้ปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด (และทางผู้ให้บริการเองไม่อยากเชิญออกครับ)
  9. สัตว์เลี้ยงเข้าได้ ดูแลอย่างใกล้ชิด
  10. ก่อไฟที่พื้นได้ ในจุดที่กำหนดเท่านั้น
  11. ปิ้งย่างได้ ประกอบอาหารได้ ใช้เตาแก๊ส เตาถ่าน เตากระเป๋า

กฎระเบียบต่างๆ ผู้เข้าพักเองก็ควรนึกถึงใจเขาใจเราครับ เพราะบางคนก็อยากไปพักผ่อนกับธรรมชาติจริงๆ แต่เท่าที่ได้สัมผัสมา นักท่องเที่ยวน่ารักครับ ปฏิบัติตามกฎดีมากๆ

เวลาในการเข้า–ออก :

Check in 11.00-20.00 น. และ Check out 12.00 น. วันถัดไปครับ

สิ่งอำนวยความสะดวกหรืออุปกรณ์แคมป์ปิ้งที่จำเป็นหากลูกค้าลืมนำมาด้วยก็พอมีให้เช่าครับ อย่างแก๊สกระป๋อง อาหารง่ายๆ อย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำดื่มน้ำอัดลม กาแฟ ก็มีให้บริการครับ

ลานกางเต็นท์และบริเวณที่ให้บริการโดยรอบสะอาดดีมาก (ผมชอบเป็นการส่วนตัวมากๆ) เพราะมีจุดล้างจาน มีจุดทิ้งขยะที่มีการคัดแยกขยะอย่างชัดเจน บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น หากเป็นหน้าฝนนักท่องเที่ยวก็มีโอกาสได้เจอหมอกในยามเช้าได้ครับ ส่วนในฤดูหนาวก็มักจะมีอากาศที่เย็นและหนาวถึงขั้นอุณหภูมิขึ้นเลขตัวเดียวก็มี และแสงเช้าแสงเย็นเมื่อกระทบกับเขาหินปูน ผมเชื่อว่าหลายคนอดไม่ได้ที่จะถ่ายภาพแน่ๆ และที่น่าลองเป็นอย่างยิ่งคือการถ่ายดาวครับ ผมไม่เคยลอง แต่ผมเชื่อว่า สามารถถ่ายได้ โดยเฉพาะสายล่าช้าง(เผือก) ผมว่าน่ามาลองมากๆ ครับ

การเดินทาง ผิวถนนก่อนถึงแคมป์จะเป็นดินลูกรัง มีหลุมบ่อบ้าง แต่ไม่เป็นปัญหาอะไรมากมายครับ รถผมไปได้ (jazz) ผมเชื่อว่าคันอื่นก็ไปได้ครับ ฮ่าๆๆ  ส่วนการนำทาง ผมแนะนำว่าให้ทำความเข้าใจกับเส้นทางก่อนออกเดินทางจะดีมาก เพราะ Gps ไม่สามารถพาไปถึงจุดหมายได้ 100% ครับ มีคนตาม Gps แล้วมาไม่ถึงจุดหมายบ่อยครั้ง เพราะฉะนั้น ก่อนเดินทางควรศึกษาเส้นทางดีๆ เพราะข้างในไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต/โทรศัพท์ ครับ ซึ่ง ข้อจำกัดนี้เองที่ทำให้การเดินทางด้วย Gps ทำไม่ได้ครับ

หรือหากต้องการปักหมุด ทางลานแนะนำดังนี้ครับ คือ เพื่อไม่ให้ไปสู่ทางตันปักหมุดดังนี้

  1. ปักหมุดแรกที่ “โรงพยาบาลส่งเสริมสุขตำบลมิตรภาพ” พอถึงแล้ว
  2. ให้ปักหมุดใหม่ไปที่ ไร่ลำภูทองฟาร์ม & แค้มป์ครับ

แม้ว่าข้างในจะไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต/Wifi (AIS มีเป็นบางจุด) แต่ผมกลับมองว่ามันเป็นข้อดีอีกอย่างครับ หากใครมีความต้องการที่จะไปเที่ยวเป็นกลุ่มแบบไร้โลกส่วนตัวหรือสังคมก้มหน้า ผมว่าที่นี่เหมาะมากๆ เรียกได้ว่างานนี้ได้นั่งเสวนากันทั้งทริปแน่นอนครับ ฮ่าๆๆๆ

ทำไมไร่ลำภูทองถึงแหมาะที่จะเป็นแหล่งศึกษา เรียนรู้ รวมไปถึงการถ่ายภาพธรรมชาติ นั่นก็เพราะทำเลที่ตั้งที่ดีเอามากๆ จนพี่เตตั้งฉายาให้กับที่แห่งนี้ว่าหุบมหัศจรรย์ครับ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? ในครั้งแรกที่ผมได้ยินคำนี้ก็เกิดความสงสัยเหมือนกัน แต่พอได้เข้าไปสัมผัสจริงๆ ถึงรู้ว่า พื้นที่โดยรอบหุบนั้นถูกโอบด้วยขุนเขา ฝั่งหนึ่งเป็นภูเขาที่มีลักษณะป่าดิบ อีกฝั่งหนึ่งถูกกั้นด้วยเขาหินปูนอันสูงชัน ซึ่งฝั่งป่าดิบจะเป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า (กำลังเตรียมที่จะขึ้นเป็นอุทยานแห่งชาติฯ)  ฝั่งเขาเห็นปูนเองก็มีสถานะเป็นป่าชุมชนของบ้านมวกเหล็กใน เรียกได้ว่าป่าล้อมหุบได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ความหลากหลายของสัตว์ป่าจึงมีมากพอสมควร

ซึ่งเราจะไม่รู้เลยว่าสัตว์ป่าที่นี่ชุกชมมากน้อยเพียงใด และสายพันธุ์มีมากน้อยแค่ไหน จนกระทั่งการมาถึงของกล้องดักถ่ายครับ หลักจากที่พี่เตติดตั้งกล้อง เรียกได้ว่าหลายวันนานปีพอสมควร ก็ทำให้เราพอที่จะรู้ว่า บริเวณโดยรอบยังเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าหายากหลายชนิดพอสมควร ไม่ว่าจะเป็น เสือลายเมฆ เลียงผา ค่างแว่นถิ่นเหนือ หมีควาย หมีหมา หรือแม้แต่สัตว์ใหญ่อย่างกระทิงก็สามารถพบเห็นในป่าโดยรอบได้เป็นจำนวนมากพอสมควรครับ

จากที่เล่ามาเป็นภาพที่ได้จากกล้องดักถ่าย แล้ว นักท่องเที่ยวจะเจอแบบนั้นใหม่ละแอด? ผมบอกได้เลยครับว่ามีโอกาสได้พบเจอครับ อย่างตัวที่เคยถ่ายได้แน่ๆ เลยคือ ค่างแว่นถินเหนือ ที่ออกมาหากินกันเป็นฝูงบนผาเขาหินปูนบริเวณลานกางเต็นนั่นเลย และลานกางเต็นท์เองก็ยังเป็นที่อาศัยของกระต่ายป่า นกทุ่ง ครับ ผมแนะนำให้เตรียมไฟฉายไว้ส่องกระต่ายหรือนกกลางคืนด้วยก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมถ่ายภาพที่ดีเลยครับ หรือ ถ้าใครพอมีเวลานั่งแหงนหน้ามองหน้าผาหินปูนเล่นๆ นานๆ ก็อาจมีโอกาสได้พบเจอเลียงผาครับ

แม้จะไม่ได้พบเจอสัตว์ป่าแต่ผมเชื่อว่าธรรมชาติที่เรียกว่าพืช ก็พอจะเยียวยาได้ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สายมาโคร หรือสายพันธุ์ไม้ไม่ควรพลาด เพราะที่นี่มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาหินปูนป่าชุมชนบ้านมวกเหล็กใน (ลานเลียงผา) ไว้บริการครับ เส้นทางจะเป็นเส้นทางเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวบนยอดเขาหินปูน มีระยะทาง 500 เมตร ที่ความสูง 350 เมตร เส้นทางขึ้นอาจจะชันหน่อย แต่เส้นทางมีเชือกสำหรับพยุงตัวเองขึ้นไปได้ครับ และบนเส้นทางที่ลาดชั้นนี้เอง ผมแนะนำว่า ให้หยุดพักบ่อยๆ เพราะมันค่อนข้างใช้พลังงานเยอะพอสมควรครับ

และทุกครั้งที่หยุดพัก ผมอยากให้ลองสังเกตุธรรมชาติโดยรอบครับ เพราะมันมักจะมีสิ่งดีๆ ให้เราได้พบเจอเสมอ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ที่พบเจอได้เฉพาะที่นี่อย่างหยาดโพธิสัตว์  หรือแม้กระทั่งก้อนหินที่อาจซ่อนซากฟอสซิลไว้อยู่ หรือสัตว์เล็กๆ อย่างนก สัตว์เลื้อยคลาน หรือแมลง ซึ่งที่นี่มีนกประจำถิ่นอย่างนกกระทาดงแข้งเขียว หรือแม้กระทั่งตัวแรร์ที่สามารถพบเจอได้บ่อยๆ อย่างนกจู๋เต้นสระบุรี และนกที่พบเจอตัวได้ยากอย่างนกโกโรโกโสก็สามารถพบเจอได้ครับ

พอขึ้นไปถึงจุดชมวิวคุณจะได้พบกับวิวเขาหินปูนที่มีพื้นล่างเป็นลานกางเต็นท์ที่ถูกปกคลุมด้วยดอกขี้เหล็กป่าสีเหลืองเต็มลาน (บานถึงปลายเดือนธันวาคม) และวิวที่เชื่อมต่อระหว่างป่าสองระบบนิเวศน์คือป่าดิบและป่าเขาหินปูน นอกเหนือจากการชมวิวแล้ว ด้านบนยังเป็นจุดที่สามารถพบเจอพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดครับ ไม่ว่าจะเป็นดอกเอื้องดินปากพาย ชาฤาษี เอื้องพวงมณี และอีกมากมายที่รอการสัมผัสและถ่ายทอดความสวยงามผ่านภาพถ่ายอยู่ครับ

เรียกได้ว่ามาที่นี่ไม่เสียเที่ยวแน่นอนครับ หากใครที่ต้องการความท้าทายใหม่ๆ หรือเบื่อกับการเจอคนจำนวนมากตามอุทยานฯ ดังๆ ก็สามารถมาลองสัมผัสกับสถานที่แห่งนี้ได้นะครับ ค่าใช้จ่ายไม่แพง ธรรมชาติยังบริสุทธิ์ครับ หากมาตรงช่วงจังหวะดีๆ ก็อาจจะได้สัมผัสกับกิจกรรมการเรียนรู้ทางธรรมชาติ (เดินป่า) ที่ทางป่าชุมชนบ้านมวกเหล็กในจัดขึ้นบ่อยๆ หรือแค่ได้มานั่งฟังพี่เกรียง (เจ้าของลานกางเต็นท์) เล่าประสบการณ์ท่องป่าที่สะสมมานานผมก็ว่าคุ้มมากๆ แล้วครับ หลังจากที่ได้พูดคุยคร่าวๆ กับพี่เกรียงและพี่เต ในอนาคตเราอาจจะได้มีพื้นที่สำหรับนั่งบังไพรส่องนกกันอีกด้วยครับ เพราะพี่ๆ เขามีโครางการจะทำบ่อน้ำนกใกล้ๆ ลานกางเต็นท์ครับ และผมของฝากลางกางเต็นท์กลางหุบมหัศจรรย์ไว้พิจารณาอีกหนึ่งที่ด้วยนะครับ

ติดต่อไร่ลำภูทองฟาร์ม & แค้มป์

คุณเกรียง 0890909018

คุณหนิง    0892408109

** ขออภัยหากคุณลูกค้าติดต่อไม่ได้ทั้ง 2 เบอร์ แสดงว่าอยู่ที่ ลานกางเต็นท์ ไร่ลำภูทองฟาร์ม & แค้มป์

ดูขอมูลเพิ่มเติมได้ที่ :
ไร่ลำภูทองฟาร์ม & แค้มป์ https://www.facebook.com/profile.php?id=61557275183715

ป่าชุมชนบ้านมวกเหล็กใน https://www.facebook.com/muakleknai

Leave feedback about this

  • Quality
  • Price
  • Service

PROS

+
Add Field

CONS

+
Add Field
Choose Image
Choose Video